วันนี้เรามาทราบกันต่อถึงการรักษา และวิธีการป้องกันตัวเองอย่างไรไม่ให้ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคปวดหลัง และคอ
สำหรับการรักษาโรคปวดหลัง และคอส่วนใหญ่อาจรักษาให้หายได้ โดยขั้นแรกแพทย์จะซักถาม เพื่อประเมินสาเหตุของอาการปวด โดยประวัติด้านความเจ็บป่วย และการผ่าตัดของทั้งคุณ และสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยถึงต้นตอของอาการปวด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันได้ สำหรับกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง แพทย์อาจต้องวินิจฉัยด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ และการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการเอ็กซเรย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ภาพตัดขวาง (CT Scans)
แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดไม่หนักมาก การรักษาก็ไม่ต้องใช้วิธีที่ซับซ้อนนัก เพียงพักผ่อนประมาณ 2-3 วัน รับประทานยาแก้อักเสบร่วมกับการประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม และลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อก็จะดีขึ้นได้ภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง แพทย์จำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่ครอบคลุมหลายด้านมากขึ้น โดยอาจรวมการทำกายภาพบำบัด และการจัดการความปวดเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาด้วย
ในภาวะปกติกระดูกสันหลังจะมีความยืดหยุ่น และโค้งงอได้ แต่การบาดเจ็บที่หลัง และภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลังแข็ง ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้ปวดรุนแรง และเรื้อรัง ซึ่งในกรณีนี้แพทย์อาจทำการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังให้ผู้ป่วย
การป้องกัน ในกรณีที่คุณไม่มีอาการปวดหลังและคอ การบริหารร่างกายที่ช่วยยืด และสร้างความแข็งแรงให้กับหลังเป็นดีที่สุดที่ช่วยให้หลังของคุณมีสุขภาพดี เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและปวดบริเวณหลังน้อยลง ท่าบริหารต่อไปนี้ทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษใดๆ
การปรับท่าทางให้ถูกต้อง เพื่อสุขภาพหลังของคุณ
- การยกของหนัก ,เบา ย่อเข่า เพื่อทำการยกโดยพยายามให้หลังตรงเสมอ ไม่ควรโน้นตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง แล้วยกโดยใช้กล้ามเนื้อขา ยืดเข่าขึ้น ยืนให้มั่นคง พยายามอย่ายกของหนัก ซึ่งตั้งอยู่สูงกว่าระดับเอว ยกของโดยให้ของอยู่ชิดตัวเพื่อกระจายน้ำหนัก เมื่อจะวางของย่อเข่าลง ใช้กล้ามเนื้อขาอย่าให้หลังงอ
- การนอนที่ถูกต้อง ไม่ควรวางหมอนไว้ใต้ไหล่ วางหมอนไว้ใต้ศีรษะอย่าให้หมอนหนาเกินไป
พยายามนอนในท่าที่หลังโค้งได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญอย่านอนคุดคู้ ไม่ควรนอนคว่ำ เพราะจะทำให้คุณเมื่อยคอและหลัง เลือกที่นอนที่ดีต่อสุขภาพหลัง อย่าให้นุ่มจนเกินไป
ทั้งนี้ ทั้งนั้น การดูแลและเอาใจใส่ต่อสุขภาพที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นวิธีการป้องกันโรคปวดหลัง และปวดคอได้ดีที่สุดค่ะ