เหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาการปวดหลังนั้นหายยากก็ เนื่องจากหลังเปรียบเสมือน “เสาหลัก” ของร่างกาย โดยมีกล้ามเนื้อหลัง และเส้นเอ็นต่างๆ ทำหน้าที่รับน้ำหนักส่วยใหญ่เรียกว่าทุกการเคลื่อนไหวล้วนเกี่ยวข้องกับหลังทั้งสิ้น
นพ.นันทเดช หิรัณยัญฐิติ ศัลยแพทย์ปวดหลังและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดเผยในงาน Health Roadshow ซึ่งเป็นกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องโรคเกี่ยวกับปวดหลังและคอ ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ฯ ได้จัดขึ้นตามอาคารสำนักงานหลายแห่งในกรุงเทพมหานครว่า “แท่งกระดูกสันหลังประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังเรียวตัวซ้อนๆ กันมากกว่า 30 ปล้องเกิดเป็นช่องซึ่งล้อมรอบ และปกป้องไขสันหลัง และมีเส้นประสาทโยงใยเข้าออกจากไขสันหลังผ่านทางช่องกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังแต่ละปล้องถูกยึดติดกันด้วยกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นต่างๆ โดยระหว่างกระดูกแต่ละปล้องนั้นจะมี “หมอนรอง” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรับแรงกระแทกไม่ให้กระดูกแต่ละปล้องกระทบกันเมื่อเดินหรือกระโดด
สาเหตุของโรคปวดหลังและคอ เกิดจาก หลังส่วนล่างเป็นบริเวณที่รับน้ำหนักของร่างกายมากที่สุด และเกิดอาการปวดบ่อยที่สุด อาการปวดหลังโดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังหรือกล้ามเนื้อที่คอยพยุงหลัง และจะปวดขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ในหลายๆ กรณี
อาการปวดอาจรักษาได้ภายในเวลาไม่กี่วันด้วยการรับประทานยาแก้ปวด เช่น อัยบูโพรเฟน (lbuprofen) ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายจากอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ ได้ภายใน 2 สัปดาห์ด้วยการบำบัดเพียงเล็กน้อย ในกรณีที่อาการปวดคงอยู่เป็นเวลาเกินกว่า 4 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง ส่วนมากแล้ว ประมาณร้อยละ 80 ของโรคปวดหลังจะมีสาเหตุมาจากอาการหลังตึง ส่วนสาเหตุอื่นๆ มีดังนี้ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือหกล้ม, หมอนรองกระดูกเสื่อม อันเป็นผลมาจากกระดูกอ่อนที่หุ้มกระดูกสันหลังแต่ละปล้องเกิดการฉีกขาด, ภาวะข้อเสื่อม/ช่องไขสันหลังตีบ, ภาวะติดเชื้อที่กระดูกสันหลังทำให้สันหลังแข็งขาดความยืดหยุ่น, กระดูกสันหลังเคลื่อน และสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น มะเร็ง, นิ่วในไต หรือภาวะติดเชื้อต่างๆ