เกิดจากการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นวงจรค่ะ
โดยที่ในแต่ละรอบเดือนรังไข่ข้างใดข้างหนึ่งของผู้หญิงจะเกิดการตกไข่ขึ้น ไข่ที่โตเต็มที่จะออกจากรังไข่เข้าไปรอคอยพระเอกหรือตัวอสุจิอยู่ในส่วนปลายของท่อนำไข่ ซึ่งเปรียบได้กับสะพานเชื่อมรัก ขณะเดียวกันเปลือกไข่ที่เหลืออยู่ก็จะทำการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า “โปรเจสเตอโรน”มาทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนานุ่มมีเลือดมาเลี้ยงมาก เพื่อเตรียมตัวรับกับไข่ที่ถูกปฏิสนธิจากตัวอสุจิ
ถ้ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจริง ตัวอ่อนก็จะเดินทางกลับเข้ามาฝังตัวในโพรงมดลูก และทำการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า HCG ไปบำรุงเปลือกไข่ให้ผลิตฮอร์โมนมากระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้เจริญต่อไปเพื่อเป็นแหล่งส่งอาหารต่อให้ทารกในครรภ์..ในกรณีนี้ก็จะไม่มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกออกไปเป็นประจำเดือน ประจำเดือนที่เคยมาเป็นประจำก็จะหายไป
ถ้าไม่เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่กับตัวอสุจิขึ้น ไข่ใบน้อยที่รอรักก็จะฝ่อไปภายใน 48 ชั่วโมง เพราะไม่มีการสร้างฮอร์โมนไปประคับประคองเปลือกไข่ไว้ ฮอร์โมน “โปรเจสเตอโรน” ที่จะมาบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูกก็ไม่มี ดังนั้นเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกตัวออกมาเป็นประจำเดือน
มีความเชื่อที่หลกาหลายเกี่ยวกับการมี “ประจำเดือนค่ะ
เวลามีประจำเดือนห้ามอาบน้ำเย็น
ผู้ใหญ่อาจจะหวังดีในแง่ที่ว่าเวลามีประจำเดือนนั้นฮอร์โมนในร่างกายผู้หญิงจะแปรปรวน ไม่สมดุล ทำให้ป่วยได้ง่าย ภูมิคุ้มกันลดลง การอาบน้ำเย็นจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายต้องปรับตัวตาม บางครั้งอาจเกิดการเจ็บป่วยได้
ห้ามทานน้ำแข็งหรือของเย็นๆ
เป็นข้อห้ามเดียวกับการอาบน้ำเย็นนั่นล่ะ ทานได้แต่อย่ามากจนเกินไปก็จะไม่น่าจะเป็นอะไร ยิ่งถ้าเป็นคนที่สุขภาพดีอยู่แล้วก็จะไม่เป็นอะไร
ห้ามออกกำลังกายเวลามีประจำเดือน
เป็นความเชื่อแบบผิดๆค่ะ เพราะในเวลามีประจำเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกจะมีสารที่เรียกว่า “พลอสตาแกลนดิน” ออกมา สารนี้ทำให้มดลูกบีบรัดตัวรุนแรงจนปวดประจำเดือน ถ้าหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้มีการหลั่งสารที่เรียกว่า “เอ็นโดฟิน” ออกมา สารเอ็นโดฟินจะทำให้เกิดความสุข ผ่อนคลายหายเครียด และที่สำคัญคือแก้ปวดได้ทุกชนิดโดยไม่ต้องไปซื้อหา
ยาแก้ปวดมารับประทาน
การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอจึงเป็นการป้องการอาการปวดประจำเดือนและอาการเพี้ยน ต่างๆ เวลามีประจำเดือนได้ค่ะ