เป็นขบวนการซ่อมแซมที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกายตามธรรมชาติ แผลเป็นเหล่านี้อาจเกิดจากอุบัติเหตุ โรคบางชนิด เช่น สิว แผลจากการผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้วแผลที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลานานในการหาย โอกาสที่จะเป็นแผลเป็นจะมีมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วแผลเป็นจะเห็นชัดในระยะแรกและค่อยๆ จางลง โดยใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี
การที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่ขึ้นอยู่กับสีความเรียบความลึก ความยาวและความกว้างของแผลเป็นนั้นๆ ในคนที่อายุน้อยการซ่อมแซมมักจะดีทำให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าแผลเป็นในคนอายุมาก
สาเหตุของแผลเป็นที่พบได้บ่อย
-หลังผ่าตัดต่างๆ
-หลังการปลูกฝี ฉีดวัคซีน
-หลังการเกิดสิวอักเสบ เช่น อก ไหล่ หลัง
-หลังการเจาะหู
-หลังการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม มีดบาก
-แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
-แผลจากรอยสัก เป็นต้น
วิธีการต่างๆ ในการรักษา “แผลเป็น”นั้นมีดังนี้ค่ะ
- การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่แผลเป็น
- การผ่าตัด และฉายแสง เหมาะกับแผลที่มีความกว้างไม่มากนักพอเย็บได้
- การขัดหน้า เทคนิคนี้ใช้ได้ผลดีกับแผลเป็นจากสิว แผลเป็นจากอีสุกอีใส แผลเป็นจากรอยผ่าตัด กระชนิดลึก และรอยเหี่ยวย่น ผลข้างเคียงของการขัดหน้าก็คือ บริเวณที่ทำอาจดำและแดงได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 3 เดือน ผู้ได้รับการรักษาต้องพยายามเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลา 3-6 เดือน
- การฉีดคอลลาเจน เหมาะสำหรับแผลเป็นที่มานานและรักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยได้ผล ผลข้างเคียว คือผู้ป่วยอาจแพ้ได้และผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก 6-12 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายได้
- การปิดด้วยแผ่นซิลิโคนเจลแผ่น (Silicone gel sheet) สำหรับปิดที่แผลเป็นแบบปูดนูน มีข้อดี คือไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายและไม่เจ็บอะไร แต่ผลยังไม่แน่นอนนัก แต่ข้อเสียคือ ราคาแพง และในบางตำแหน่งก็ใช้ค่อนข้างยาก เช่น ที่ใบหน้า เป็นต้น
- เจลลดรอยแผลเป็น ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญจากสมุนไพรธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่มากผิดปกติจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นนูน รวมทั้งยังลดการอักเสบการบวมแดง ของเนื้อเยื่อแผลเป็น ช่วยให้แผลเป็นนุ่มแล้วเรียบขึ้นค่ะ