เปิดภาพให้เห็นชัดๆ พัฒนาการความสวยของ "อั้ม" ซุป'ตาร์เบอร์หนึ่ง
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่ความสวยของนางเอกซุป'ตาร์เบอร์หนึ่งอย่าง "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" ก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลย โดยกลับกัน พัฒนาการความสวยของเธอกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่เธอดูแลตัวเอง และปรับเปลี่ยนตามเทรนด์แฟชั่นอยู่เสมอ ทั้งเรื่องของอาหารการกินและการออกกำลังกาย บวกกับนิสัยน่ารัก เฟรนด์ลี่ และรักสัตว์ของเธอ จึงทำให้มีคนติดตามและให้กำลังใจเธออย่างมากมาย
วันนี้เราจึงพาทุกคนไปดูพัฒนาการความสวยของสาว "อั้ม" เพื่อเป็นการการันตีว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ยังเป็นดาราที่มีคนให้ความสนใจมากที่สุดในวงการบันเทิง
"อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" เข้าวงการและสร้างผลงานที่เป็นที่จดจำให้กับแฟนๆ กับละครเรื่องแรก "มณีเนื้อแท้" ในปีพ.ศ. 2540

3 ปีถัดมา กับละครเรื่อง "รากนครา" ที่กระแสแรงมากเพราะเป็นการจับนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงในขณะนั้น อย่าง "อั้ม พัชราภา" และ "นุ่น วรนุช" มาประชันบทบาทกันอย่างถึงใจ

ต่อมา ในปีพ.ศ. 2544 เป็นการพลิกบทบาทมาเล่นร้ายครั้งแรกของเธอ กับละครเรื่อง "คมพยาบาท" ซึ่งจากละครเรื่องนี้เอง ที่ทำให้แฟนคลับเห็นความสามารถในการแสดงของเธอในหลากหลายบทบาทมากขึ้น

และในปีพ.ศ. 2547 เธอเล่นละครเรื่อง "นางสาวจริงใจกับนายแสนดี" ซึ่งเป็นการร่วมงานกับพระเอกหนุ่มสุดฮอต "ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี" ด้วยความสามารถของทั้งคู่นั้นทำให้ละครเรื่องนี้ดังเปรี้ยงกว่าเดิม

อีก 5 ปีต่อมา เธอกลับมาสวมบทบาทตัวร้ายอีกครั้ง ในละครเรื่อง "เมียหลวง" ที่ปะทะความแซ่บกับนักแสดงมากฝีมือ อย่าง "ป๊อก ปิยธิดา" จนสะใจคอละครและติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ภายในปีเดียวกัน กับละครอีกเรื่อง ซึ่งเป็นที่พูดถึงกับบท "พี่แจ๋ว" ในละครสุดฮิต "แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา" ประกบกับพระเอกสุดเซอร์ "เป้ อารักษ์" ถึงแม้ช่วงอายุของทั้งคู่จะต่างกัน แต่ด้วยเคมีที่เข้ากัน ทำให้แฟนคลับเรียกร้องให้ทั้งสองมีละครด้วยกันอีกเรื่อง

ไม่เพียงแค่นั้น สาว "อั้ม" ได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง "30 กำลังแจ๋ว" ที่แสดงคู่กับพระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆ "เคน ภูภูมิ พงษ์ภาณุ" โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถทำรายได้สูงถึง 72 ล้านบาทเลยทีเดียว

และเมื่อไม่นานมานี้ (พ.ศ.2557) กับละครสุดฟิน อย่าง "พราว" ที่สาว "อั้ม" ได้ประกบคู่กับพระเอกหุ่นล่ำ "เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ" โดยละครเรื่องนี้นับเป็นการหวนคืนจอของเธอ หลังจากที่ห่างหายไปกว่า 2 ปี

มาถึงผลงานล่าสุดของเธอ (พ.ศ.2558) กับภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ "Single Lady เพราะเคยมีแฟน" ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้จริงๆ











