มาร่วมถ่ายรายการ “สนามท้าดวล” หน้าลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดใจถึงแพลนวิวาห์ในปีหน้า
มีแพลนแต่งงานปีหน้า?
ตุ๊กกี้ : “ต้นปีหน้ามีคอนเสิร์ตก็หนัก หลังจากนั้นจะเบาลง แล้วก็มีแพลนแต่งงาน แต่ขอออกตัวก่อนเลยว่างานแต่งตุ๊กกี้จัดใหญ่จริง แต่จัดที่บ้านนอก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี บ้านตุ๊กกี้เอง รับรองสนุกแน่นอน มีหมอลำตั้งแต่ 1 ทุ่มถึงตี 5 ครึ่ง ส่วนเรื่องฤกษ์ วางแผนไว้ว่าจะไปดูหลังปีใหม่ค่ะ เสร็จจากคอนเสิร์ตแล้วมันจะมีฤกษ์เดือนไหนบ้าง จะบอกว่างานแต่งไม่ได้เตรียมยากเลยเพราะความเป็นอีสานบ้านนอกหาอะไรได้ง่าย ถ้าจัดในกรุงเทพฯ ก็จะยากมาก
ส่วนแขก เพื่อนๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องขอประทานโทษมากๆ เพราะงานตุ๊กกี้จัดที่เดียวคือทั้งหมั้นและแต่งที่อุดรฯ ที่แต่งงานไม่ได้แต่งเพื่อทุกคน แต่แต่งเพื่อคุณพ่อคุณแม่คนเดียว อยากทำตามประเพณี ใจจริงเราสองคนไม่อยากแต่งงานเพราะอยู่ด้วยกันมา 9 ปีแล้ว ตั้งแต่ตุ๊กกี้เริ่มทำงานเวิร์คพอยท์ได้ 2 เดือน คือไม่อยากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ส่วนสินสอดไม่มีสักบาทเลย เคยคุยกันเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว บู้ก็ถามแม่ว่าถ้าแต่งงานจะเอาสินสอดเท่าไหร่ ซึ่งบู้บอกว่ามี 7 หมื่น แม่ก็เลยบอกว่า งั้นเอา 7 หมื่นไว้ดูแลตัวเองเถอะ ตุ๊กกี้ก็เลยนั่งคุยกับแม่ว่า หนูมีเหตุผลอย่างหนึ่งที่จะคุยให้ฟัง ยิ่งเราจัดงานใหญ่มากเท่าไหร่ พูดถึงสินสอดมากเท่าไหร่ คนหนักใจคือบู้ คิดดูว่าบู้จะไปหาเงินที่ไหน ถ้าแม่เรียก 10 ล้าน ด้วยความที่เป็นตุ๊กกี้มีนามสกุลชิงร้อยฯ แม่เชื่อไหมว่า 9 ล้านเป็นของหนู ที่เหลือต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาอีก พอพ่อกับแม่ฟังแล้วก็เลยคิดอย่างนั้นเหมือนกัน หนูต้องปกป้องคนที่เรารัก ไม่อยากให้คนนินทาบู้ เพราะทุกวันนี้ขนาดยังไม่แต่งเวลามีอะไรนิดๆ หน่อยๆ บู้ก็จะโดนรังแกเรื่องคำพูด แม่ก็เลยตัดปัญหาว่างั้นแม่ไม่เอาเลยสักบาท แม่ก็เลยขอร้องว่าต้องแต่งให้แม่นะ ไม่อยากให้คนในหมู่บ้านว่าได้ว่าแม่มีลูกสาวแต่ไม่ได้จัดงานแต่ง เราก็เลยทำให้”
เริ่มเตรียมงานหรือยัง?
ตุ๊กกี้ : “ยังค่ะ แต่คิดในสมองแล้วว่าจัดยังไง ที่ไหน ถ้าจัดที่อุดรฯ ความสะดวกสบายเรามีเยอะมาก ใหญ่แค่ไหนก็ได้ ด้วยวงเงินที่จำกัดด้วย ง่าย สถานที่ทุกอย่างฟรีหมด หนูโอเคมากที่จัดที่บ้านนอก”
“บูบู้” กดดันไหม เพราะไม่มีค่าสินสอดให้ฝ่ายหญิงเลย?
บูบู้ : “ผมไม่เคยรู้สึกเรื่องพวกนี้ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิดครับ ผมทำด้วยความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งที่อยากรับผิดชอบในส่วนนี้ครับ คนที่ชอบว่าเรา ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่า ด้วยอาชีพของเราที่ขายเสื้อผ้า เราก็ต้องแต่งตัวตามแฟชั่น ตามกระแส ถ้าเราแต่งตัวไม่ดีใครจะมาซื้อของของเรา”
แล้วเรื่องทายาทหลังแต่ง?
ตุ๊กกี้ : “ไม่มีค่ะ ไม่อยากมีห่วง ด้วยความที่เราเลี้ยงหลานสาวฝาแฝดมาตั้งแต่ 3 เดือน แล้วความห่วงคือ โตขึ้นเขาจะเป็นคนดีไหม เพราะไม่ได้อบรม ไม่ได้ใกล้ชิดเขา จะเกเรไหม คิดมาก เพราะตอนนี้เขาก็เรียน ม.4 แล้ว มีเรื่องผู้ชายอีก เรื่องห่วงก็ขอให้อยู่กับหลานพอ อย่ามาอยู่กับลูกเลย”
บูบู้ : “แต่ผมแพลนไว้ว่าจะไปรับเด็กฝรั่งในสถานสงเคราะห์มาเลี้ยง เขาบอกว่าทำบุญกับคนได้บุญเยอะกว่า”
ตุ๊กกี้ : “หลังแต่งหนูคงงานเยอะ เราก็ต้องมานั่งคุยกันก่อนกับการที่จะรับเด็กคนนึงมามีชีวิตอยู่ในครอบครัวเราเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ ความฝันอยากมีนั่นนี่ อยากให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถามว่าชีวิตจริงทำได้ไหม ก็ถือว่าเป็นเรื่องนึงที่ต้องคิดเยอะพอสมควรค่ะ”
ถ้าไปรับลูกบุญธรรมมา จะสอนภาษาอะไรเค้าบ้าง?
ตุ๊กกี้ : “ภาษาอังกฤษและอีสานด้วยค่ะ” ♦










