ถ้าจะบอกว่า ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยหนังไทยสไตล์วัยรุ่นยังมีให้ เห็นอยู่ตลอด ในปีหนึ่งๆ จะมีประมาณ 1-2 เรื่อง หรือพูดง่ายๆ ว่า ใน 1 ปีจะต้องมีให้เตะตาอยู่บ้าง อาทิ หนังรักวัยรุ่นบ้างล่ะ หรือหนังขายเพื่อนพ้องแบบ "มึงกู-เพื่อนกัน จนวันตาย"

สําหรับหนัง "มึงกู-เพื่อนกันจนวันตาย" ผู้เขียนขอจัดเข้าพวกว่าเป็นหนังกลุ่มวัยรุ่นวัยโจ๋ครองเมือง ที่ยุคหนึ่งสมัยค่าย 5 ดาวทําก็จะมีแต่หนังแนวนี้ผลิตออกมา สนุกบ้าง ดูดีบ้าง เต็มอิ่มก็เยอะ แล้วแต่ความชื่นชอบ
ถ้าพูดถึง "มึงกู-เพื่อนกันจนวันตาย" จากค่ายพระนครฟิลม์ ที่ยอม ฉีกแนวตลก-ผีของตัวเองมาเป็นดราม่า-วัยรุ่น ขอลองตอบโจทย์นักดูหนังอีกตลาด แถมพะยี่ห้อพระเอกชื่อดัง "มาริโอ้ เมาเร่อ" เป็นจุดขาย แต่ปีหน้าคงต้องเพลาหน่อยกลัวหน้า จะโหล แม้จะเลือกเล่นแต่บทเด่นๆ โดนๆ ก็ตามเหอะ
(ผู้เขียนได้ฟังคําบอกกล่าวจากเจ้าตัวที่คิดว่าตัวเองหน้าโหล และเกร่ออยู่เหมือนกัน และเตรียมจะลดการเล่นหนัง ซึ่งเป็นการคิด ที่ถูกทีเดียว)
หรือมีการกรุยทางไว้ก่อนแล้วที่บอกว่าจะโกอินเตอร์ไปเล่นหนังเมืองนอกเมืองนา ก็คิดว่าน่าจะพออยู่ แต่ถ้าถามว่าผ่านมั้ยกับการพลิกคาแรคเตอร์หนนี้ น่าพอใจนะ แต่ติดอยู่นิดเดียวว่าดูแล้วยังไม่เชื่อสักเท่าไร ก็ต้องพยายามเข้านะ อนาคตยังรออยู่ "โอ้! เอ๊ย"
ผลลัพธ์ที่ได้ทําให้ "มาริโอ้" ถือเป็นนักแสดงคุณภาพคนหนึ่งได้ถึงทุกวันนี้ สําหรับนักแสดงคนอื่นๆ ในเรื่องที่น่าจะแจ้งเกิดมีอยู่หลายคนเพราะบางคนก็เห็นแววเจิดอยู่บ้าง บางคนก็เล่นขโมยซีนคนอื่นได้แบบน่าตีมือให้ทีเดียว แต่หลายคนอาจจะหนักใจอยู่นิดที่การแสดงเป็นเรื่องแรก แต่ทําไมไม่ทําให้คนดูเชื่อได้ว่าเป็นนักเลง-นักเรียน อันนี้คงต้องแล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนมากกว่า
โดยรวมแล้วกับหนังเรื่องนี้สอบผ่านในแง่ของความบันเทิงที่ผสมมาเป็นน้ำจิ้มกับวัยรุ่นยุคนี้ที่ไปดูแล้วน่าจะได้แง่คิด ไม่ใช่วันๆ เอาแต่ยกพวกตีกัน ควรจะหาอะไรสร้างสรรค์ทํากันบ้าง กับเรื่องนี้อาจจะมี ติติงบ้างบางจุดแต่สามารถมองข้ามผ่านไปแบบไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าจะดีกว่านี้มากๆ คนไทยด้วยกันต้องเชียร์อีกแรง อยากให้แวะไปดูหนังไทยกันสักนิด สะกิดเพื่อนข้างๆ จูงมือไปดูกันหน่อย
แม้ช่วงนี้จะมีวิกฤติน้ำท่วมก็เหอะ รายได้อาจจะหดหายไปบ้าง ก็ต้องทําใจ แต่ถ้าประสบความสําเร็จทั้งในแง่ของรายได้และคําวิจารณ์ก็น่าจะเป็นกําลังใจสําคัญให้คนสร้างได้ชุ่มชื่นใจ หาหนังดีๆ มาให้ได้ดูกันอีก♦
17 พย. 2554