ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านก็ได้ยินคำการันตีที่พ่วงมาด้วยว่า อาหารไทยอร่อยมากกกกกก อย่างไม่ขาดปาก อันนั้นยังไม่เท่าไหร่ คนการันตีคนเดิมยังบอกอีกด้วยด้วยว่า เชฟที่ทำอาหารไทยร้านนี้ไม่ใช่คนไทยนะ แต่เป็นเชฟชาวออสเตรเลีย ชื่อเดวิด ทอมป์สัน ซึ่งการันตีฝีมือด้วยรางวัล Michelin Star (1 ดาว) หมายถึง "very good cuisine in its category" สาขาอาหารไทยในยุโรปคนแรกของโลกที่ร้านน้ำ ในกรุงลอนดอน พอได้ยินอย่างนี้แล้ว ก็เริ่มคาดหวังว่าหน้าตาและรสชาติของอาหารมันจะออกมาเป็นยังไง มันจะถูกปากคนไทยที่กินอาหารรสจัดอย่างเรารึเปล่า เมื่อมาถึงร้านก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า อาหารทุกจานเชฟเดวิดจะใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีมาปรุงอาหาร และละเมียดละไมเป็นอย่างมากกับขั้นตอนการปรุง การตกแต่งจาน หรือแม้แต่จานที่จะนำมาใช้เสิร์ฟอาหารจะต้องไม่หนัก เพราะสไตล์คนไทยชอบที่จะส่งจานอาหารให้กันไป-มา (ว้าวละเอียดขนาดนั้นเชียว) เท่านั้นยังไม่พอ เชฟเดวิดเป็นผู้ที่หลงใหลในอาหารไทยมากถึงกับยอมไปศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยเพื่อให้รู้ถึงแหล่งที่มาที่ไปของอาหารว่าทำไมอาหารบางอย่างถึงต้องออกมารสชาติอย่างนี้ แหมเกริ่นมาซะขนาดนี้ เดี๋ยวจะหาว่าอวยเชฟเกินไปแล้ว มาเข้าเรื่องอาหารแต่ละจานเลยดีกว่า
จานแรกที่ยกมาเสิร์ฟเลย คือ ม้าฮ่อ เป็นของว่างไทยโบราณ ที่ปัจจุบันแทบจะไม่มีให้เห็นกันแล้ว เป็นสับปะรดหั่นเป็นสามเหลี่ยมชิ้นพอดีคำถูกวางทับด้วยอะไรซักอย่างที่รสชาติเหมือนไส้สาคู เปรี้ยวหวานของสับปะรดตัดด้วยรสหวานเค็ม จานนี้เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ต่อกันด้วยที่ ปลาแห้งแตงโม (ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์ถึงกับงงอยู่พักนึงว่าจานนี้มันคืออะไร ดูจากส่วนผสมแล้วมันทานด้วยกันได้ด้วยหรอ) อาหารจานนี้เป็นอาหารชาววัง นิยมทานกันในหน้าร้อน มีมาตั้งแต่สมัย ร.4 เด็กยุคใหม่น่าจะไม่รู้จักกันแล้ว (ถึงว่าซิ เราก็ไม่รู้จัก) ปัจจุบันหาทานยากมาก อาหารว่างจานต่อไป ขนมครกแกงแดงปู เป็นรสชาติของแกงที่ออกเค็มนิดๆ ตัดกับแผ่นแป้งบางกรอบ ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงแป้งโรตี ที่ทานกับแกงเขียวหวาน แต่แป้งจะบางกรอบกว่า
เรียกน้ำย่อยกันมาพอสมควร มาเข้าอาหารจานหลักกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวกันดีกว่า ช้าไม่ได้เพราะอาหารว่างอยู่เต็มโต๊ะไปหมดแล้ว ก่อนไปที่เมนูอาหารต้องขอบอกก่อนเลยว่าข้าวร้านนี้พิเศษมากๆ ตักใส่จานมาครั้งแรก กลิ่นหอมฟุ้งเม็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม มีคนการันตี(อีกแล้ว)ว่าข้าวของที่นี่อร่อยมาก และก็ไม่ผิดหวัง ข้าวอร่อยมากจริงๆ!! เมื่อได้ข้าวสวยร้อนๆรสเลิศ ก็ขอเริ่มที่ยำตะไคร้ ที่รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง ตักเข้าปากปุ๊บก็ได้กลิ่นของตะไคร้หอมๆ ฟุ้งอยู่ที่ปลายจมูก ต่อกันที่เครื่องจิ้ม ปลาร้าปลาช่อนผัด (น้ำพริกปลาร้า) ขึ้นชื่อว่าปลาร้าถ้าไม่มีกลิ่นติดอยู่เลยก็จะกะไรอยู่แต่ไม่ต้องกลัวไปจานนี้กลิ่นไม่แรง ทานได้ รสชาติเผ็ดปานกลาง ยิ่งทานกับผักสดที่ให้มาตะกร้าใหญ่ ยิ่งเจริญอาหาร อีกจานนึงที่ชอบคือแกงขี้เหล็กปลาช่อนย่าง ใครที่เคยทานแกงขี้เหล็กรสชาติข๋มปี๋ ต้องทานจานนี้ เข้มข้นไปด้วยหัวกะทิชั้นดี รับรองไม่มีรสขมให้สะดุ้งปลายลิ้น ปลาหมึกผัดกับแหนมใส่ไข่ เป็นอีกจานที่รสชาติแปลกดีรสมันๆของปลาหมึกตัดกับรสเปรี้ยวของแหนม ถ้านึกภาพไม่ออกลองเปลี่ยนชื่อเมนูเป็นแหนมผัดไข่ใส่ปลาหมึกดูซิจะรู้สึกคุ้นเคยยิ่งขึ้น อ้อ อย่าลืมแกงจืดบวบงู ซักถ้วย รสกลมกล่อม ซดร้อนๆคล่องคอดีทีเดียว
ม้าฮ่อ
ตบท้ายวันนี้ด้วยอาหารหวานที่ทานเข้าไปคำแรกยิ้มเลย กับขนมหม้อแกง หอม หวาน รสนุ่มมาก ละมุนลิ้นเป็นที่สุด ใครที่ว่าขนมหม้อแกงเมืองเพชรฯเด็ดแล้วต้องมาชิมที่นี่ให้ได้ แล้วคุณจะลืมหม้อแกงที่เคยกินมาเลย
ปลาแห้งแตงโม
INFORMATION
ร้านอาหาร น้ำ (nahm) ตั้งอยู่ที่โรงแรมเมโทรโปรลิแทน ถ.สาทรใต้ กรุงเทพฯ
เปิดให้บริการทุกวันเฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 19.00 - 23.00 น.
ทานแบบ set menu 1,700 / ท่าน
สำรองที่นั่งและข้อมูลเพิ่มเติม 0-2625-3388
ขนมครกแกงแดงปู
ทีเด็ดของร้านนี้ต้องขอบอกว่าอยู่ที่"ข้าว" เชฟให้ความสำคัญกับ"ข้าว"มากๆ เพราะคนไทยยังไงก็ต้องกินข้าว ถ้าข้าวอร่อยจะทานกับอะไรก็อร่อย มีความสุขจริงๆที่ได้กินข้าวร้านนี้ เคล็ดลับของเขาอยู่ที่การลงไปคัดเลือกข้าวเอง ลงไปเยือนถึงถิ่นที่ปลูก ซื้อตรงจากชาวนา จากนั้นนำข้าวที่ได้มาแช่น้ำมะลิ 1 คืน แล้วนำมาหุง
เมื่อข้าวสุกปิดทับด้วยใบเตยและใบตองอีก1ชั้น ทิ้งไว้ซักพักก็จะได้ข้าวที่หอมกรุ่นละมุนละไม ♦
ยำตะไคร้
ปลาร้าปลาช่อนผัด
แกงขี้เหล็กปลาช่อนย่าง
ปลาหมึกผัดกับแหนมใส่ไข่
แกงจืดบวบงู
ขนมหม้อแกง
24 มิย. 2554