เมื่อถึงช่วงเวลาของการเลือกตั้งครั้งใด เหล่าบรรดาศิลปิน ดารา นักกีฬา ต่างพากันแห่มาลงสมัคร ส.ส.กันเพียบ ปี้นี้ก็พาเหรดเข้ามาอาสารับใช้ประชาชนในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ทำเอาการเมืองปีนี้ดูจะคึกคักสุด ๆ ส่วนคนดังคนไหนจะโดนใจประชาชนนั้นคงต้องไปดูกันว่ามีใครบ้างที่มาลงสมัครเลือกตั้งปี 2554
เริ่มต้นที่ฟากฝั่งพรรคเพื่อไทย กับอดีตพระเอกหนุ่ม “แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี” และคุณพ่อลูกอ่อน “บรู๊ค - ดนุพร ปุณณกันต์” ซึ่งเคยลงสมัคร ส.ส.เขตในกรุงเทพมหานครมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ไปลง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 62 และ 63 ในนามของพรรคเพื่อไทย ส่วนฝั่งพรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็ส่งหนุ่มพิธีกรหนุ่ม “อี้ - แทนคุณ จิตต์อิสระ” ที่สวมเสื้อประชาธิปัตย์อาสามาดูแลประชาชนชาวกรุง และอีกหนึ่งนักแสดงตลกชื่อดัง “กล้วย เชิญยิ้ม” หรือ “ฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์” ที่อาสาเป็นผู้แทนดูแลประชาชนในบ้านเกิดจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้านพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินก็นำทีมนักกีฬาคนดังอย่าง “ซูเปอร์บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์” อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 1 ของไทย ที่ขอชิมลางการเมืองอาสาผลักดันงานด้านการกีฬา รวมทั้ง “ตุ๊ก- ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย อีกทั้งนักเทควันโดสาวเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิค “วิว - เยาวภา บุรพลชัย” ลงสมัคร ส.ส.เขตในกรุงเทพมหานครด้วยเช่นกัน แต่ทางด้านเหล่านักมวยของชาวไทยก็ส่ง “เรือเอกสมรักษ์ คำสิงห์” ลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 10 จังหวัดขอนแก่น ส่วนเจ้าของฉายาหมัดซ้ายทะลวงไส้ “เขาทราย แกแล็คซี่” หรือ “นายสุระ แสนคำ” ลงสมัครเขต 2 จังหวัดเพชรบูรณ์ ในสังกัดของพรรคชาติไทยพัฒนา ข้ามมาฝากของนักร้องโดยเฉพาะเหล่านักร้องลูกทุ่งที่ขอวางไมค์ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. อย่างนักร้องสาว “สุนารี ราชสีมา” ที่หนนี้ขอสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา อาสารับใช้พี่น้องชาวย่าโม จังหวัดนครราชสีมา ตามมาด้วยนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” ที่ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขตในจังหวัดมุกดาหาร สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา รวมทั้ง “สดใส โรจนวิชัย” หรือ “สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” ที่ลงสมัครในเขตจังหวัดปทุมธานี สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีไฮโซชื่อดังอย่าง “ไผ่ วันพอยท์” บุตรชายของนาย “เรืองวิทย์ ลิกค์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยตกเป็นข่าวกับดาราสาวหลายคน ครั้งนี้ขออาสารับใช้พี่น้องชาวจังหวัดกำแพงเพชรอีกด้วย ส่วนปีนี้จะมีคนดังในดวงใจของแฟนๆ คนใดได้รับตำแหน่งส.ส.นั้น คงต้องเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทย ที่จะต้องไปใช้สิทธ์เลือกตั้งของตน ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ♦