นอกจากจะเป็นคุณครูสาวผู้ใจดีแล้ว เธอยังมีกรุหนังสือนิทานเอาไว้มัดใจเด็กๆ ให้อยู่หมัดด้วย
"จริงๆ หนังสือนิทานส่วนหนึ่ง เป็นของน้ำค้างตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้วค่ะ แต่ที่เริ่มเก็บสะสมเป็นเรื่องเป็นราว จะเป็นช่วง ที่เรียนจุฬาฯ เพราะน้ำค้างเรียนคณะคุรุศาสตร์ เอกปฐมวัย พอได้ไปฝึกสอนในโรงเรียนอนุบาล ก็ได้รู้ว่านิทานเป็นตัวช่วยที่ดีมากในการสอนเด็กๆอีกอย่างคือถ้าใครได้ลองอ่านนิทานพวกนี้ดู จะรู้ว่า โลกแห่งนิทานหรือว่าโลกของหนังสือเด็ก มันไม่ใช่แค่ภาพสวยงามหรือให้จินตนาการเท่านั้น มันยังให้ความรู้ ให้แง่คิด ให้คุณธรรมสอดแทรกเข้าไปด้วย ดังนั้น นิทานทุกเล่มผู้ใหญ่อย่างเราก็สามารถอ่านได้
..นิทานทุกเล่มที่มี น้ำค้างยอมรับว่าหวงมากค่ะ เพราะนิยามคําว่าหนังสือ สําหรับน้ำค้าง คือครู หนังสือคือแหล่งความรู้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าหนังสือประเภทไหน น้ำค้างจะเก็บรักษาอย่าง ดี แม้กระทั่งกับเด็กๆ ถ้าใครจะมายืมหนังสือนิทานไปอ่าน น้ำค้างก็จะตั้งกติกาเอาไว้ เพื่อสอนให้เค้ารู้จักรักษาของส่วนรวม
...สําหรับตัวน้ำค้างเอง ชอบนิทานทุกประเภทเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิทานของชาติใดๆ ก็ล้วนแต่มี แง่คิดที่ต่างกันออกไป และนิทานแต่ละชาติก็จะแฝงประวัติศาสตร์ของชาตินั้นๆ เอาไว้ อย่างของไทย น้ำค้างชอบเรื่อง นางสิบสอง, พระนเรศวร ถ้านิทานของญี่ปุ่น น้ำค้างชอบ เรื่องตํานานนกกระเรียนขาว ส่วนนิทานจีนก็จะเป็นเรื่องกระต่ายในดวงจันทร์ หรือว่าเจ้าสาวผมยาว" คุณครู คนสวยกล่าว ♦
25 เมย. 2554