บ้านไหนที่ปลูกต้นไม้เอาไว้คงรู้ดี ยิ่งไม้ใหญ่ใบดก จากที่เขียวครึ้ม ให้ร่มเงาตลอด กลายเป็นต้นไม้ใบโกร๋น ก่อนจะมีใบอ่อนแทงยอดขึ้นมาแทน
วงการบันเทิงก็เช่นกัน ไม่มีใคร "ดังค้ำฟ้า " ประมาณว่าได้รับความนิยมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าอดีต-ปัจจุบัน หรืออนาคต ล้วนแต่มี ที่มา และ "ทางไป " ขึ้นอยู่ว่า ใครจะสั้น-ยาวเท่านั้น
ก่อนนี้ปี หรือ 2 ปี อาจจะมีดารารุ่นใหม่โผล่แบบ "แจ้งเกิด " อย่างมากแค่คนหรือ 2 คน นอกนั้นตกอยู่ในสภาพ รากเน่าก่อนโต
บางคนมีแววจะรุ่ง แต่ไม่กี่อึดใจกลายเป็น "รุ่งริ่ง " เพราะไม่สามารถจะประคองตน ประคองใจให้อยู่ในร่องรอยได้ เมื่อเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ที่ล้วนมีสิ่งยั่วใจอยู่ 2 ข้างทาง
แทนที่จะเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง ตามที่ "ตั้งใจ " เอาไว้แต่แรก กลับฉุด ถูกลากหายไปข้างทาง เพราะ "ใจ" ไม่มั่นคงพอ
ปีนี้ ต้องบอกว่า "ดาราใหม่" แจ้งเกิดกันเป็นแผง ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3-ช่อง 7 แม้แต่ช่อง 5 จะเห็นดารารุ่นใหม่โผล่หน้าจอกันสลอน แถมเรทติ้งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าดารารุ่นเก่าที่อยู่ในกระแสนิยมด้วยซ้ำไป
ละครบางเรื่องที่มีดาราคลื่นลูกใหม่เล่นทั้งพระ เอก-นางเอก ไม่มีดาราเก่าเป็น "เจ๊ดัน " สามารถสร้างกระแสได้อย่างน่าทึ่ง จนเป็นทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ ที่มีคนพูดถึงกันทั้งประเทศ
ยกตัวอย่างละครเรื่อง "ดวงใจอัคนี " ของช่อง 3 ที่เพิ่งลาจอ ซึ่งมี "ณเดชน์ คูกิมิยะ " เล่นคู่กับ "ญาญ่า-อุรัสยา " ทั้ง 2 คนสะสมไมล์ประสบการณ์ในการเล่นละครไม่ กี่ปี แต่กลับสร้างเรทติ้งได้ถล่มทลาย แบบว่าละครที่มีดารารุ่นเก่าเล่นหมองไปทีเดียว
"ญาญ่า " เล่นละครเรื่องแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ายทีวีธันเดอร์ เรื่อง "เพื่อนซี้ล่องหน " ตอนนั้นคอละครแทบไม่รู้จัก จากนั้นก็หายไปจากจอ
มาโผล่อีกทีปีนี้กับละคร "กุหลาบไร้หนาม " ของค่ายทีวีซีน ประกบกับนางเอกรุ่นพี่ "พลอย- เฌอมาลย์ " และ "โฬม-พัชฏะ " ปรากฏว่า "โช๊ะ " แบบไม่ต้องลุ้น โดยเฉพาะบทที่ "ถูกกระทํา" ตลอดทั้งเรื่อง นอกจากเธอจะเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ ยังเรียกน้ำตาจากคนดูได้ทั่วประเทศ
ถัดมาคือ "ดวงใจอัคนี " ที่เล่นคู่กับ "ณเดชน์ " สามารถโหนกระแสความดังได้ต่อเนื่อง ว่าไปแล้ว "ญาญ่า " เล่นละครมาแค่ 3 เรื่อง แต่ก็ "แจ้งเกิด " อย่างเต็มตัว กลายเป็นดารา "คิวทอง " ที่นอกจากจะมีละครเล่นยาวเหยียด ยังมีงานอีเว้นท์ให้เห็นหน้าทุกวัน
"ณเดชน์ คูกิมิยะ " หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัยยังไม่ถึง 20 ปีดี แต่ชื่อเสียงของเขาต้องบอกว่าเกินอายุ ด้วยหน้าตาบวกกับความสามารถเขาสามารถเข้าไปนั่งกลางใจของคอละครได้อย่างไม่ยากเย็น
ก่อนนี้จะเห็น "ณเดชน์ " ตามหน้านิตยสารแฟชั่นเป็นส่วนใหญ่ แล้วขยับมาเป็นนายแบบโฆษณาสินค้าหน้าจอโทรทัศน์
ที่เห็นจนชินตากันอยู่ตอนนี้คือโฆษณายามาฮ่า ฟีโน่ ที่แสดตัวตนคนขอนแก่นออกมาได้อย่างกิ๊บเก๋ ประมาณว่า "โดน" แบบเต็มๆ ทั้งคนเล่นและสินค้า
นอกจากนี้ยังมี "มิ้นต์-ชาลิดา " และ "หมาก-ปริญ " ที่ควงคู่กันลงจอในโปรเจ็คท์ใหญ่ "4 หัวใจแห่งขุนเขา " ละครฉลองครบรอบ 40 ปีของช่อง 3 ในเรื่อง "ปฐพีเล่ห์รัก " ซึ่งคาดกันว่ากระแสไม่น่าจะแพ้ "ดวงใจอัคนี"
กลับมาที่ "ช่อง 7 สี " อีกไม่กี่อึดใจ ละครที่ "อ๋อม-อรรคพันธ์ " กับ "มิน-พีชญา " จะลงจอ ทั้ง "อ๋อม-มิน " ถือเป็นดารารุ่นใหม่ของช่อง 7 สี ที่เข้ามาแทนที่ดารารุ่นเก่า-กลางได้อย่างถูกที่ถูกเวลา
"ช่อง 7 สี " ตอนนี้ดูเหมือนว่า เป็นบัวแล้งน้ำไปหน่อย เพราะละครส่วนใหญ่จะพึ่ง "ดาราเก่า " เป็นหลัก บางคนเล่นเรื่องเว้นเรื่อง จนกลายเป็น "ดาราหน้าช้ำ " คอละครส่วนใหญ่มองว่า "7 สี " เดินมาถึง "ทางตัน " ไม่มีดาราใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่
แม้ดาราบางคนจะ "แทนที่" ดาราเก่าได้ แต่ก็ไม่สามารถจะ "แทนที่" กลางใจคนดู ทั้งๆ ที่ศักยภาพของ "ช่อง 7 สี" คือสถานีแชมป์ การจะปั้น "ดาวรุ่ง" ไม่ใช่เรื่องยาก แต่อย่างว่าแหละที่ว่า "ง่าย" นั้นคิดได้ แต่ทํายาก ขึ้นอยู่กับจังหวะ คุณภาพของเด็ก ผสมกับ "โชค" ด้วย
"อ๋อม-อรรคพันธ์ " เล่นละครมาหลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่จะได้บท "พระรอง " เลยไม่โดดเด่น เป็นที่รู้จักมากนัก พอมาถึงเรื่อง "พระจันทร์ลายพยัคฆ์ " เขาสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเอง เปล่งประกายให้คอละครได้เห็นว่า เป็นหนึ่งในวงการเหมือนกัน
"อ๋อม-มิน-ญาญ่า-ณเดชน์-มิ้นต์-หมาก " เป็นแค่ตัวอย่างที่สามารถ "แจ้งเกิด " ในวงการบันเทิงได้เต็มตัว ถ้าสามารถประคองตัว-ประคองใจ ไม่ไหลไปกับสิ่งยั่วยุ เชื่อว่าจะเป็นความหวังของวงการบันเทิงในอนาคต
แต่ก็อย่างว่า ไม่มีอะไรคงที่อยู่ตลอดเวลา ในเมื่อวันเคลื่อน เวลาคล้อย วิถีชีวิตคนก็ย่อมเคลื่อนเป็นธรรมดา
ส่วนจะเดินไปสู่ "ดี-เลว" เรื่องแบบนี้ บอกใครไม่ได้ นอกจากจะคิดเอาเอง?! ♦
17 ธค. 2553