จึงเป็นที่จับตามองของเหยี่ยวข่าวอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดสาวได๋ก็มีเรื่องมาให้ปวดหัวอีกครั้ง กับข่าวที่ว่าสาวได๋ ถึงขั้นไปลงไม้ลงมือตบตีกับนักร้องสาวรุ่นน้อง “มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ” หนึ่งในสมาชิก "โฟร-มด" เหตุเพราะแย่งไฮโซหนุ่มเจ้าของเรือยอร์ช ชื่อเสียงเรียงนามว่า “พอร์ช” พอเจอหน้าสาวได๋ก็เลยต้องไถ่ถามกันซะหน่อย?
มีข่าวลือว่าได๋กับมด ทะเลาะกัน ถึงขั้นตบตีกันด้วย ข่าวนี้มีมูลมั้ย?
“ไม่มีเลย ไม่มีมูลอะไรเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว”
ได๋กับพอร์ชรู้จักกันรึเปล่า ?
“เฮ้อ นี่ครั้งที่ประมาณ 10 แล้วมั้งว่า เคยเจอครั้งเดียว แล้วก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย คือเขาเป็นเพื่อนแคล แล้วก็ไปหาแคล แล้วก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ไม่เคยคุยกัน”
รู้สึกยังไงกับข่าว แล้วได้เจอมดไหม ?
“อ่านแล้วเหมือนอ่านการ์ตูนอะค่ะ โห! ก็อ่านแล้วสนุกดี ไม่ได้เจอมดเลยค่ะ เจอมดครั้งสุดท้ายก็งาน สุดสัปดาห์ พี่ๆ นักข่าวก็อยู่ แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ก็ตลกดีอะค่ะ”
รู้สึกแย่ไหม ? ที่ถูกมองว่า ตบกันแย่งผู้ชาย
“เอ่อ มองได้ 2 แง่นะ แง่หนึ่งก็คือต้องขอบคุณข่าวมาก ที่ให้พื้นที่ แล้วก็แบบตายแล้วเราเด็กมากเลยอะ รุ่นเดียวกับมด อีกมุมนึงก็รู้สึกว่าเฮ้ย ถ้ามองจริงๆ ก็แก่แล้วนะมันเลยวัยที่จะมีพฤติกรรมแบบนี้อะค่ะมันแก่แล้ว ก็ไม่ซีเรียสอะไร”
ได้คุยกับมดแล้วใช่ไหม ?
“คุยแล้วในเฟซบุ๊ค มดตบ เธอนะตบจูบ ตบจูบ สนิทกับมดค่ะ สนิทกับแม่ของมดด้วยก็เจอกันตามงาน”
มีข่าวออกมาตลอดเวลาว่าเราไปแย่งของคนโน่นคนนี้?
“คือตอนนี้คิดแค่ว่าใครจะมองยังไงก็มอง คิดยังไงก็คิดแล้วกัน เพราะว่าเรารู้ว่าความจริงคืออะไรแม้กระทั่งคนที่เป็นข่าวกับเราก็รู้ว่าความจริงคืออะไร อย่างมดๆ ก็รู้ว่าความจริงคืออะไร ก็แล้วแต่ค่ะใครอยากคิดอะไรก็คิด แต่ว่าเราไม่ได้ทำ แค่นั้นก็พอ”
กลัวมั้ยเหมือนจะยิ่งไปตอกย้ำข่าวที่ผ่านมา?
“ไม่กลัวนะ ตอนแรกเครียดมากนะ ตอนอ่านข่าว แต่ตอนนี้สนุกเหมือนอ่านการ์ตูนจริงๆ นะ มันเป็น Shot ต่อ Shot เลย เริ่มสนุก เริ่มอยากรู้ว่าเป็นยังไง”
มุมมองความรักตอนนี้เป็นยังไง ?
“ก็เหมือนเดิม จริงๆที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้มุมมองความรักเปลี่ยนไป แต่แค่เปลี่ยนทัศนะคติของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องอ่านข่าว มากกว่า อย่างที่พูดไว้ เข้าวงการมาตั้งแต่ยังไม่มีระบบนี้เพราะฉะนั้นก็อาจจะต้องปรับตัวนิดหน่อย ตัวเราอาจจะโบราณไปหน่อย อาจจะไม่เข้าใจระบบนี้แต่ตอนนี้ก็เข้าใจแล้ว เราก็ต้องปรับตัวให้ได้ ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็คงต้องออกจากวงการไป”
ที่ผ่านๆ มาทำให้ต้องใช้ความเข้าใจอะไรมากขึ้นไหม ?
“ไม่ค่ะ กับข่าวที่ผ่านมาต้องปรับมากที่สุดคือ เราต้องปรับความเข้าใจของตัวเอง เราเปลี่ยนโลกไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทัศนะคติตัวเอง แล้วก็ต้องอยู่กับโลกใบนี้ให้ได้ คนสมัยนี้บางคนก็เสพข่าว บางคนก็เสพสื่อ เค้าก็คิดว่าคือความจริง เราก็คงเปลี่ยนความคิดอะไรของเค้าไม่ได้เราก็ต้องเข้าใจว่า พี่ๆ นักข่าวก็ต้องทำงาน เราทำงานพี่ๆ ก็ทำงาน มันก็เป็นข่าวบันเทิงค่ะ ก็อ่านบันเทิงขำขำไป”
แล้วกอล์ฟ (ฐิติพันธ์) ว่ายังไงบ้าง ?
“ไม่ว่าอะไร เพราะมันไม่มีอะไรที่จะต้องพูดอะไรค่ะ” ♦










