“ได๋” ปฏิเสธลือตบ “มด” แย่งไฮโซพอร์ช

“ได๋” ปฏิเสธลือตบ “มด” แย่งไฮโซพอร์ช

1

      จึงเป็นที่จับตามองของเหยี่ยวข่าวอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดสาวได๋ก็มีเรื่องมาให้ปวดหัวอีกครั้ง กับข่าวที่ว่าสาวได๋ ถึงขั้นไปลงไม้ลงมือตบตีกับนักร้องสาวรุ่นน้อง “มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ” หนึ่งในสมาชิก "โฟร-มด" เหตุเพราะแย่งไฮโซหนุ่มเจ้าของเรือยอร์ช ชื่อเสียงเรียงนามว่า “พอร์ช” พอเจอหน้าสาวได๋ก็เลยต้องไถ่ถามกันซะหน่อย?

มีข่าวลือว่าได๋กับมด ทะเลาะกัน ถึงขั้นตบตีกันด้วย ข่าวนี้มีมูลมั้ย? 


      “ไม่มีเลย ไม่มีมูลอะไรเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว”

ได๋กับพอร์ชรู้จักกันรึเปล่า ?

     
“เฮ้อ นี่ครั้งที่ประมาณ 10 แล้วมั้งว่า เคยเจอครั้งเดียว แล้วก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย คือเขาเป็นเพื่อนแคล แล้วก็ไปหาแคล แล้วก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ไม่เคยคุยกัน”

รู้สึกยังไงกับข่าว แล้วได้เจอมดไหม ? 

     
“อ่านแล้วเหมือนอ่านการ์ตูนอะค่ะ โห! ก็อ่านแล้วสนุกดี ไม่ได้เจอมดเลยค่ะ เจอมดครั้งสุดท้ายก็งาน สุดสัปดาห์ พี่ๆ นักข่าวก็อยู่ แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ก็ตลกดีอะค่ะ”

รู้สึกแย่ไหม ? ที่ถูกมองว่า ตบกันแย่งผู้ชาย

      “
เอ่อ มองได้ 2 แง่นะ แง่หนึ่งก็คือต้องขอบคุณข่าวมาก ที่ให้พื้นที่ แล้วก็แบบตายแล้วเราเด็กมากเลยอะ รุ่นเดียวกับมด อีกมุมนึงก็รู้สึกว่าเฮ้ย ถ้ามองจริงๆ ก็แก่แล้วนะมันเลยวัยที่จะมีพฤติกรรมแบบนี้อะค่ะมันแก่แล้ว ก็ไม่ซีเรียสอะไร”

ได้คุยกับมดแล้วใช่ไหม ?

     
“คุยแล้วในเฟซบุ๊ค มดตบ เธอนะตบจูบ ตบจูบ สนิทกับมดค่ะ สนิทกับแม่ของมดด้วยก็เจอกันตามงาน”

มีข่าวออกมาตลอดเวลาว่าเราไปแย่งของคนโน่นคนนี้?

     
“คือตอนนี้คิดแค่ว่าใครจะมองยังไงก็มอง คิดยังไงก็คิดแล้วกัน เพราะว่าเรารู้ว่าความจริงคืออะไรแม้กระทั่งคนที่เป็นข่าวกับเราก็รู้ว่าความจริงคืออะไร อย่างมดๆ ก็รู้ว่าความจริงคืออะไร ก็แล้วแต่ค่ะใครอยากคิดอะไรก็คิด แต่ว่าเราไม่ได้ทำ แค่นั้นก็พอ”

กลัวมั้ยเหมือนจะยิ่งไปตอกย้ำข่าวที่ผ่านมา?

     
“ไม่กลัวนะ ตอนแรกเครียดมากนะ ตอนอ่านข่าว แต่ตอนนี้สนุกเหมือนอ่านการ์ตูนจริงๆ นะ มันเป็น Shot ต่อ Shot เลย เริ่มสนุก เริ่มอยากรู้ว่าเป็นยังไง”

มุมมองความรักตอนนี้เป็นยังไง ?

     
“ก็เหมือนเดิม จริงๆที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้มุมมองความรักเปลี่ยนไป แต่แค่เปลี่ยนทัศนะคติของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องอ่านข่าว มากกว่า อย่างที่พูดไว้ เข้าวงการมาตั้งแต่ยังไม่มีระบบนี้เพราะฉะนั้นก็อาจจะต้องปรับตัวนิดหน่อย ตัวเราอาจจะโบราณไปหน่อย อาจจะไม่เข้าใจระบบนี้แต่ตอนนี้ก็เข้าใจแล้ว เราก็ต้องปรับตัวให้ได้ ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็คงต้องออกจากวงการไป”

ที่ผ่านๆ มาทำให้ต้องใช้ความเข้าใจอะไรมากขึ้นไหม ?

     
“ไม่ค่ะ กับข่าวที่ผ่านมาต้องปรับมากที่สุดคือ เราต้องปรับความเข้าใจของตัวเอง เราเปลี่ยนโลกไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทัศนะคติตัวเอง แล้วก็ต้องอยู่กับโลกใบนี้ให้ได้ คนสมัยนี้บางคนก็เสพข่าว บางคนก็เสพสื่อ เค้าก็คิดว่าคือความจริง เราก็คงเปลี่ยนความคิดอะไรของเค้าไม่ได้เราก็ต้องเข้าใจว่า พี่ๆ นักข่าวก็ต้องทำงาน เราทำงานพี่ๆ ก็ทำงาน มันก็เป็นข่าวบันเทิงค่ะ ก็อ่านบันเทิงขำขำไป”

แล้วกอล์ฟ (ฐิติพันธ์) ว่ายังไงบ้าง ?

     
“ไม่ว่าอะไร เพราะมันไม่มีอะไรที่จะต้องพูดอะไรค่ะ”    ♦

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อบอุ่นหัวใจ! “เจมส์-ครูก้อย” อวดโมเมนต์ “น้องมีเมตตา” ครบ 1 เดือน เผยเคล็ดลับเลี้ยงลูกคนโต ไม่ให้รู้สึกขาดความรัก

นี้แหละความสุข! “ฌอห์ณ” เล่าอาการ “เพชร” หลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก บางวันก็เหม็นสามี บางทีสามีก็โดนใจ 

“หงส์ไทย” ผนึกกำลัง ททท. ปั้นสมุนไพรไทยสู่ Soft Power ระดับโลก ในแคมเปญ Amazing Thailand Grand Sale 2026 มอบประสบการณ์อัตลักษณ์ไทยผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ

“ซี พฤกษ์” เจอผู้ไม่ประสงค์ดีคอยก่อกวน อยากให้ทุกคนที่รักตนไม่ต้องสนใจให้ค่ากับคนพวกนั้น!

“เต้ ปิติศักดิ์” โพสต์แจ้งข่าวสูญเสียน้องสาว บอกรักตลอดไป

“ฮาน่า” เผย “อ๊อฟ ชนะพล” ได้เงินค่าจ้างคืนแล้ว เชื่อมีหลายคนที่โดนเหมือนกัน

เปิดภาพเด็ด! “ลีน่า-หมิว” ถ่าย Shooting “PLS LOVE รักได้ไหม” แฟนคลับแทบอยู่ไม่ไหว

Gallery ที่เกี่ยวข้อง

Comments