แต่ตลอดเวลาที่เขายืนอยู่ตรงจุดนี้ สามารถรักษาเนื้อ รักษาตัว จนเป็นแบบอย่างที่ "ดารา " ทุกคนควรยึดเป็นวิถีปฏิบัติ
คนอายุขนาดนี้และอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งสวยงาม สิ่ง ล่อใจ แต่ "เบิร์ด-ธงไชย " ก็ไม่เขว เป้าหมายคือทําหน้าที่ "ศิลปิน" เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับประชาชนเต็มที่ ทุกวันนี้ชื่อเสียงของ "เบิร์ด-ธงไชย " ยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม แม้ว่าอายุจะมากก็ตาม
"เบิร์ด-ธงไชย " ไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะเนรมิตอะไรได้ดั่งใจหวัง แต่ทําไม? เขาถึงฝ่าด่านมะขามเตี้ย รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกาได้ นั่นก็เพราะเขา "คิดเป็น " และ "ทําเป็น " ประชาชนจึงโอบอุ้มเขา ไม่ให้ร่วงหล่นจมปฐพี
สังคมบันเทิง เป็นสังคมอาถรรพ์ สามารถสร้างความ "ดัง" ให้กับคนได้ชั่วข้ามคืน ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างความ "ดับ" ให้ชั่วพริบตาได้เหมือนกัน
"เบิร์ด-ธงไชย " แนวคิดวิถีปฏิบัติ ซึ่งเปรียบเหมือนยาวิเศษที่ทําให้เขาเป็น "ซูเปอร์สตาร์ " มาถึงวันนี้ว่า "สิ่งที่พี่เบิร์ดทําคือพี่จะคิดทุกอย่างก่อนทํา คิดก่อนพูด พี่เบิร์ดจะมีการเตรียมทุกอย่างไม่ว่าจะทําอะไรก็ตาม อย่างออกจากบ้านพี่ก็เตรียมที่จะพบทุกคน ถ้าเรามีใจเตรียมที่จะพบเจอจะพูดจะทํา พี่ว่าสิ่งที่พลาดมันก็จะน้อยลง "
ผมคัดเอาเฉพาะประโยคที่เป็นหัวใจสําคัญ เพื่อนํามาบอกเล่าสู่กันฟัง อย่างน้อยๆ ก็พอจะเป็นสติเตือนใจ โดยเฉพาะ "สติ " ไม่ว่าพูด-ทํา ถ้าหาก "ขาดสติ " ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ดาราวัยรุ่นหรือไม่วัยรุ่นก็ตามเถอะ ต้องบอกเลยว่า น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะกรอบของคําว่า "ดารา " มันทําให้ชีวิตไม่เหมือนคนธรรมดา เป็นบุคคลสาธารณะที่เดินในที่สาธารณะลําบาก
เมื่อมีความสวย-ความหล่อกว่าคนธรรมดาทั่วๆ ไป ข้อจํากัดส่วนตัวก็มีมากเป็นเงาตามตัว การมีแฟนสักคนก็เป็นเรื่องจําเป็นที่ต้องมีเมื่อวัยเหมาะสม การเลือกคนมาเป็นแฟนก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก
สังคมบันเทิงคือ "สังคมมายา " ถ้าหากคิดไม่เป็น วางตัวไม่เป็น คิดเพียงว่าร่างกายฉัน จะทําอะไรเป็นสิทธิ์ของฉัน เป็นยังไงล่ะ ตายทั้งเป็น ซึ่งมีบทเรียนให้เห็นมาตลอด แต่ไม่เคยจํา
วัยรุ่นเป็นวัยที่ใครห้ามไม่เชื่อ ถ้าลองว่ารักคนนี้ ใครจะบอกว่าผู้ชายเลวแค่ไหนก็ไม่เชื่อ ถ้าจะคบก็ต้องคบ เป็นวัยที่อยากเอาชนะ เป็นวัยที่ไม่เคยหวงพรหมจรรย์ตัวเอง ถ้าโอเคก็พร้อมพลีกายให้ ไม่หวังและไม่คิดด้วยว่าจะอยู่กันยืดหรือเปล่า
ดารา (บางคน) มีความสวยระดับนางเอก อยากสบายเลือกคบคนรวย คิดว่าเขารักจริง สุดท้ายเป็นได้แค่ "นางกลางห้อง " คือวันๆ อยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม กิจวัตรมีแค่ขึ้นเตียง ลุกจากเตียง
ดาราจึงถือเป็นคนอาภัพ เป็นคนที่ยืนอยู่บนรอยต่อแห่งความสงสัยของผู้คน คําถามในใจของผู้ชายนอกวงการที่มีแฟนเป็นดาราคือ "ผ่านมากี่คนแล้ว" ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกคน หลายคนก็ยอมแต่งกับดารา แต่ไม่นานก็เลิกกัน หอบลูกติดกลับมาวงการอีกก็มี
"วางตัวเป็น " ไม่ใช่เป็นคนหยิ่งทะนง ใช่ว่าวัยรุ่นแล้วคิดไม่เป็น วัยรุ่นที่คิดเป็น วางตัวดี มีมากมาย ทุ่มเททํางาน เคารพอาชีพตัวเอง อย่าเพิ่งคิดเรื่องความรัก ใครจะวี้ดว้าย ควงคนนั้น จู๋จี๋คนนี้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ เพราะผู้หญิงแต่ละคน ตีความหมายของ "พรหมจรรย์ " ต่างกัน เพียงแต่ใครจะให้ความสําคัญมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง
เพราะเห็น และห่วงใย จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดมาเล่า ไม่ใช่การห้าม แต่เป็นการบอกกเล่าให้ได้คิด อยากให้มองถึงอนาคตข้างหน้า มากกว่าจะไปหลงระเริงกับความรักจอมปลอม และละเมอไปเองว่านั่นคือ "รักแท้ " อย่างแบบนี้จะไปชี้หน้าโทษฝ่ายชายว่า มึงผิด กูถูก คงไม่ได้ แต่ต้องโทษตัวเองด้วยที่ "ใจง่าย" จนมองไม่เห็นค่าของ"พรหมจรรย์"
คนเราถ้าทําตัวอย่างมี "คุณค่า " คนก็ย่อม "เห็นค่า " อะไรก็ตามถ้าได้มาง่ายๆ คุณค่าก็ลดน้อยถอยลง อะไรที่ได้มายากเย็น สิ่งนั้นก็จะมีค่ามาก
"คุณค่าของผู้หญิง " ไม่มีใครไปกําหนดได้ ว่าต้องเป็นยังงั้น เป็นยังงี้ ต้องตัวเธอเป็นคนกําหนด และทําให้เป็น ไม่ใช่พลาดไปแล้วออกมาฟูมฟาย เรียกหา "ความรับผิดชอบ " ซึ่งไม่รู้จริง-เท็จเป็นอย่างไร?
ที่สําคัญเท่ากับทําลายศักดิ์ศรีของดารา เพราะสังคมภาย นอกมองว่า "ดารามั่ว " ทั้งๆ ที่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป และไม่เกิดกับดาราส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น "เป็น"
ตอนต้นเรื่องผมเขียนถึง "เบิร์ด-ธงไชย " ไล่เรียงมาถึงกระแสที่กําลังฮอตฮิต อย่าหาว่าพาผู้อ่านเข้ารกเข้าพงเลย เป็นเจตนาที่ต้องการเปรียบเทียบให้เห็น แนวคิด 2 ขั้ว นั่นคือ "ดี " และ "เลว "
ซึ่งแล้วแต่ว่า ใครจะเลือกลงนรก หรือขึ้นสวรรค์!! ♦
8 ตค. 2553