เหมือนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ แต่วงการบันเทิงคือวงการที่คนให้ความสนใจมากกว่าวงการอื่น เพราะมีแต่สิ่งสวยงาม มีอะไรให้น่าติดตามแยะ
แต่บันเทิงก็มีสังคม มีการอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น "ดารา " ที่ตกเป็นข่าว และ "ผู้สื่อข่าว " ผู้ที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์ ที่นําข่าวสารนั้นๆ สู่ผู้บริโภคข่าว
ข่าวดี-ไม่ดี ล้วนแต่เป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นวงการไหนๆ ไม่ต่างจากเหรียญย่อมมี 2 ด้าน หัว-ก้อย
ทุกคนเกิดมาไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ที่สําคัญ ธรรมชาติของมนุษย์คือสัตว์สังคม ไม่มีใครอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ โดยไม่ "ยึดโยง "กับคนอื่น สังคมอื่น
"ข่าวไม่ดี " หรือคําถามที่แทงใจดํา มักจะสร้างความไม่สบายใจให้กับคนตกเป็นข่าวเสมอ ผมเคยเป็นนักข่าวสายการเมืองมาก่อน วิ่งรอกระหว่างทําเนียบรัฐบาล และรัฐสภา เวลานักการเมืองมีข่าวที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์ด้านภาพลักษณ์ ก็จะออกมาด่าประจานกันหน้าดําหน้าแดง คนที่ถูกโทษก็คือ "สื่อ " นั่นเอง
นักข่าวการเมือง จึงมักจะถูกนักการเมืองต่อว่าตลอด แต่เป็นการ "ต่อว่า " บนพื้นฐานของคนที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกัน เพราะยังไงก็ไม่สามารถจะแยกออกจากกันได้
ไม่ต่างจาก "นักข่าวบันเทิง " ก็มักถูก "ดารา " ตําหนิบ่อยๆ ในเรื่องข่าวสัมภาษณ์อีกอย่างเอาไปลง อีกอย่าง หรือพยายามโยงคําถามเข้าไปหาเรื่องที่ตัวเองจะเขียน ทําให้ประเด็นเขวไปอีกทาง
"คนเขียนข่าว " กับ "คนตกเป็นข่าว " ยังไงๆ ก็ต้อง มีข้อพิพาทแน่ๆ ยังไงก็ต้องมีประเด็นที่ไม่ลงรอยกันแน่ๆ
ทั้งนักข่าวการเมือง หรือนักข่าวบันเทิง คนตกเป็นข่าวทุกคนอยากมีข่าวในทาง "บวก " ของตัวเองตลอดเวลา ในขณะที่ "มุมลบ " ของตัวเอง ที่ทําแล้วแต่ไม่อยากให้ประชาชนรู้ ก็ต้องหันมาโทษ "สื่อ "
หลายครั้งที่นักการเมืองทุจริต คอรัปชั่น นักข่าวจับประเด็นได้ นําเรื่องมานําเสนอ ก็หาว่านักข่าวป้ายสี มีอคติ เพราะยังไม่จนด้วยหลักฐาน พอหลักฐานกระจ่างก็หน้าจ๋อย
อย่างล่าสุดกรณีของนางเอกสาว "แตงโม-ภัทรธิดา " ที่เคยต่อว่า "นักข่าวบันเทิง " หน้าไม่อาย ที่ถามคําถามแทงใจดําเธอ ไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊คของ "พลอย-เฌอมาลย์ "
เพื่อความต่อเนื่อง ผมขอยกข้อความที่ "พลอย-เฌอมาลย์ " ในฐานะเจ้าของเฟซบุ๊ค จั่วหัวเอาไว้ด้านบนดังนี้...
"ทําไมนักแสดงอย่างเราจะมีความรู้สึกบ้างไม่ได้ เมื่อเราถูกกลั่นแกล้ง?? บ้างก๊อหาว่าเลวเหมือนในละครที่เล่น ขี้วีน ขาเหวี่ยง ถ้าเราเป็นอย่างที่เค้าว่าจิงจิง เราจะอยู่ในวงการมาได้ 16 ปีเหรอค๊ะ?? เราเองก็ไม่ได้เป็นคนดี 100 หรอก แต่พอมีสํานึกพอที่จะไม่ทําให้ใครเดือดร้อน"
ถัดมาด้านล่าง จะเป็นข้อความของ "แตงโม-ภัทรธิดา " ซึ่งเธอบอกว่า..
"ยิ่งตอกย้ำให้ได้รู้ว่า "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" เป็นแค่คําทวง บุญคุณของพี่ๆ บางท่านเท่านั้น ในเมื่อไม่เคารพกติกา ไม่ให้เกียรตินักแสดง ได้ผลประโยชน์จากเราแบบไร้มนุษยธรรม เพียง 40% เท่านั้นที่ "ข่าว" สร้างชื่อเสียงให้นักแสดง อีก 60% มาจากความสามารถและความเป็นตัวเราล้วนๆ แต่ในทางกลับกัน เกือบ 100% ของเงินเดือนที่หลายๆ ท่านมาจากเราทั้งหมด สิ่งสําคัญที่สุดคือ เราสร้างงานให้คุณเสมอ แต่คุณสร้าง "ความเดือดร้อน" ให้เราเป็นประจํา นี่คือเหตุผลของ "ปาก" กับ "ปากกา" มันเสียเปรียบอย่างไม่มี ใครเข้าใจเสมอ โดยเฉพาะประชาชนคนอ่าน ถ้าทบทวนดูดีๆ แล้ว ถึงความได้เปรียบ เสียเปรียบ ใครกันแน่ที่ต้องเอ่ยคําว่า ขอโทษและขอบคุณ"
ไม่ใช่เรื่องผิดที่ "แตงโม-ภัทรธิดา " จะระบายอารมณ์ไม่พอใจนักข่าวบันเทิง เหมือนที่ผมเขียนเอาไว้ในตอนต้น นักข่าวบันเทิง-ดารา ยังไงเสียก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง
แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ "ดารา " ออกมาทวงบุญคุณ ที่มีอยู่ มีกิน 100% ของเงินเดือนนักข่าวบันเทิงมาจาก "ดารา " ทั้งสิ้น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับนักข่าวสายอื่น
ผมเป็นนักข่าวการเมือง และนักข่าวเศรษฐกิจมาก่อน จะพอใจ-ไม่พอใจ ก็แค่ออกมาตําหนิพอหอมปากหอมคอ แต่ก็ไม่เคยมีผู้ตกเป็นข่าวคนไหนจะออกมาลําเลิกบุญคุณขนาดนี้
"ดารา " ที่ตกอยู่ในกระแสข่าวมากที่สุด ต้องยกให้ "อั้ม-พัชราภา " ไม่ว่าจะมองซ้ายมองขวา ตกเป็นข่าวทั้งสิ้น ซึ่งมีทั้งดี-เลว แต่ "อั้ม-พัชราภา " มองนักข่าวบันเทิง-ดารา คือคนที่อยู่ในสังคมเดียวกัน
เจอหน้านักข่าวยิ้มเข้าหา อะไรที่พอพูดได้ก็ให้สัมภาษณ์ไป อะไรที่พูดไม่ได้ก็บอกปัด ไม่เคยวีน ไม่เคยใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล นี่คือต้นแบบของดาราที่ "วางตัวเป็น "
ผมเชื่อว่า นักข่าวทุกคน โดยเฉพาะนักข่าวสายบันเทิงที่เข้ามาสู่เส้นทางนี้ ไม่ต้องการคําสรรเสริญเยินยอจาก "ผู้ตกเป็นข่าว " หรือ ผู้บริโภคข่าว
เพียงแค่ได้ความเข้าใจ และแยกแยะออกว่า "หน้าที่" คือสิ่งที่บุคคลใดๆ ก็ตามต้องให้เกียรติ!! ♦
1 กย. 2553