และ "อุปนิสัยใจคอ " นาม "บอย-ชีวิน โกสิยพงษ์ " ป่วยเป็นโรค "เส้นเลือดในสมองตีบ " ความรู้สึกมันปั่นป่วนมวนในท้อง คล้ายๆ ช็อกผสมงงงันประมาณนั้น
แม้โดยส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมถึงขั้น "ซี้ปึ้ก " แต่ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่เราต่างรู้จักกัน ในฐานะ "นักข่าว " กับ "ศิลปิน " นานวันยิ่งรู้สึกรักและนับถือในวีถีทางแห่งความคิด และการทํางานของชายหนุ่มหุ่นอบอุ่น อันมีรอยยิ้มกว้างสไตล์นิ่งๆ เป็นเอกลักษณ์คนนี้จริงๆ เพราะงานหนักเขาไม่เคยกลัว จะกลัวแต่ไม่ได้ทํา
ด้วยการตามติดถึงเนื้องาน ทําให้ทราบมาตลอดว่าผู้ชายคนนี้ เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์งานเพลง ที่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงในตัวแบบเปี่ยมล้น และไม่เคยหยุดความคิดอันบรรเจิดอยู่กับที่ ไม่จําเพาะเจาะจงแค่งานของตัวเอง ยังเผื่อแผ่ความสามารถไปถึงน้องๆ ร่วมสายอาชีพอย่างไม่ขัดข้อง
หากใครต้องการให้ช่วยเหลือ ไม่ว่าตั้งแต่สมัยปลุกปั้นค่ายขนมปังดนตรี "เบเกอรี่ มิวสิค " ไล่มาจนถึงค่ายเพลงแห่งความรักอย่าง "เลิฟอีส" เป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น
การทํางานเยอะ ก็ทําให้คิดเยอะ ร่างกายที่รับใช้เลยประท้วงโดยไม่รู้ตัว แม้จะสังเกตความผิดปกติของตัวเองมาพักใหญ่ๆ แต่เพิ่งมาเอะใจตอนอาการฟ้องหลังพูดติดๆ ขัดๆ โดยไม่รู้สาเหตุ โชคดีเหลือเกินที่พระผู้เป็นเจ้าบันดาลใจให้รีบไปเช็กอาการกับคุณหมอประจําตัว จึงทําให้รู้ถึงความผิดปกติของเส้นเลือดในสมองตีบตันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
คนที่เคยมีอิสระเสรีในการคิด การใช้ชีวิตเกินลิมิตในการทํางานมาตลอด เมื่อรู้ถึงสัญญาณร้ายอันเกิดจากภัยของการเจ็บป่วย "พี่บอย " ยอมรับแรกๆ งงๆ กับชีวิต เกือบไปไม่เป็น แต่ด้วยอุปนิสัยเป็นคน "คิดบวก " และเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันเป็นทุน การตั้งหลักชีวิตนับจากวันที่รู้ว่าเจ็บป่วยจึงทําได้ง่าย ยิ่งได้เห็นน้ำตาจาก "ภรรยาสุดเลิฟ " และ "ลูกสาว " ที่หลั่งออกมาด้วยความห่วงใย ยิ่งทําให้การจัดระเบียบชีวิตใหม่ไม่ยากนัก
จากคนที่ทํางาน 7 วันต่อสัปดาห์ เวลาไม่แน่นอน บางครั้งนับเวลาพักผ่อนได้วันละแค่ไม่กี่ชั่วโมง จํากัดให้เหลือเพียงแค่ 3 วันคือ จันทร์, พุธ, พฤหัสบดี ส่วนเวลาที่เหลือ เทให้กับครอบครัวแบบหมดใจ ได้เที่ยวกับเมียรัก ได้อยู่กับลูก และใกล้ชิดพระเจ้าตามหลักคริสตศาสนิกชนที่ดี เพราะในวัย 42 ปีที่ผ่านมา "พี่บอย " ตระหนักว่า ได้ใช้เวลาส่วนตัวเพื่อบุคคลอันเป็นที่รักน้อยเหลือเกิน และนับเวลาต่อจากนี้จึงอยากเติมเต็มความรักกับ "ครอบครัว " ให้อิ่มที่สุด
หลายคนที่รู้ข่าวนอกจากรู้สึกห่วงใย ก็อดเกิดคําถามในใจไม่ได้ ว่าต่อไปจะยังได้ฟังผลงานจาก "พี่บอย " อีกไหม ซึ่งข้อนี้ไม่น่าห่วง เพราะ "ศิษย์เอก " ที่ได้รับถ่ายทอดวิชาจากนักคิดนักเขียนเพลงคนนี้มีเพียบ ฉะนั้นเพลงเพราะๆ เนื้อหาดีดนตรีฟังสบายไม่ขาดตลาดแน่นอน
ก็ได้แต่หวังใจว่า อาการเจ็บป่วยที่เพิ่งเกิดกับ "พี่บอย " จะไม่หนักหนาและทุเลาเบาบางไปในอนาคต ว่ากันว่า ความรักมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ทั้งช่วยปลอบประโลมความเศร้าให้มลาย และสร้างโลกให้สดใส
ขอให้ความรักจากพระผู้เป็นเจ้าเป็นเกราะคุ้มภัยให้ "พี่ชาย" แข็งแกร่งทั้งกายใจในทุกวัน God bless you ♦
31 สค. 2553