ในฐานะที่รั้งตําแหน่งผู้กํากับดีไซน์ ฉากแอ็คชั่นการต่อสู้ในภาพยนตร์ "องค์บาก 3" ด้วยศิลปะแห่งนาฏศิลป์สู่สุดยอดภาพยนตร์แอ็คชั่น
"องค์บาก 3" คาแรคเตอร์ของเทียนจะนุ่มนวลขึ้น มีรัก-โลภ-โกรธ-หลง ซึ่งถือว่าต่างจากองค์บาก 2 มากขึ้น ต้องจับอาวุธอีกครั้งจนเกิดความวุ่นวายในชีวิต ทั้งต้องผจญมารถึงจะหลุดพ้นจากการค้นพบ โดยมีมารมาทดสอบ ถือว่าทําการบ้านหนักขึ้น ยิ่งต้องหาอะไรมานําเสนอให้แปลกใหม่ มีเหลี่ยมมีมุมไม่ให้ซ้ำจากเดิม"
"องค์บาก 3" คาแรคเตอร์ของเทียนจะนุ่มนวลขึ้น มีรัก-โลภ-โกรธ-หลง ซึ่งถือว่าต่างจากองค์บาก 2 มากขึ้น ต้องจับอาวุธอีกครั้งจนเกิดความวุ่นวายในชีวิต ทั้งต้องผจญมารถึงจะหลุดพ้นจากการค้นพบ โดยมีมารมาทดสอบ ถือว่าทําการบ้านหนักขึ้น ยิ่งต้องหาอะไรมานําเสนอให้แปลกใหม่ มีเหลี่ยมมีมุมไม่ให้ซ้ำจากเดิม"
ความพร้อมของข้อมูลเต็มที่ขนาดไหน "ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมาผมและทีมงานรวบรวมข้อมูลกันพร้อม มีการดีไซน์ถึงฉากการต่อสู้ คิดใหม่ว่าจะทําอย่างไรที่จะนําศิลปะ โขนมานําเสนอในมุมไหนหรือเหลี่ยมไหนดี เพื่อเผยแพร่ศิลปะไทยอีกทาง จึงนำโขนมาดัดแปลงให้เข้ากับภาพยนตร์ โดยนําเสนอด้วยวิธีที่แตกต่างจากองค์บากภาคที่ผ่านมา"
การนําเสนอภาพแอ็คชั่นที่แปลกใหม่ล่ะ "ด้วยความที่ชอบฮิปฮอป เลยดึงมาประสานเป็น "นาฏยุทธ์" ตีความใหม่เรื่องการแสดงเหมือนการเต้นไปตามจังหวะเพลง จะเต้นยังไงให้รู้สึกอินตามไปกับเพลง "นาฏยุทธ์" ก็เป็นศาสตร์เดียวกัน เพียงแต่ว่าจะตีโจทย์ยังไงให้รู้สึกว่าท่าแอ็คชั่นในหนังดูแข็งแรงและกล้าแกร่ง พร้อมแทรกท่าพระช่วงไหน ใช้ท่าลิงตอนไหน ใช้ท่ายักษ์ระห่ำเวลาไหน ซึ่งตรงนี้ก็ต้อง
มีเรียนการแสดงเพิ่มเติมจากครูแอ๋ว-อรชุมา ยุทธวงศ์ ด้วย " เรียกว่าเรื่องนี้ประยุกต์การต่อสู้ล้วนๆ "ใช่ครับ..อย่างฉากที่ถูกโซ่ตรวน จะสู้ยังไงถึงจะหลุดพ้น แล้วนําอาวุธพลองมาใช้ ซึ่งถ้าเปรียบกันแล้วคือศิลปะการต่อสู้ด้วยการใช้พลอง-ไม้ศอกนั่นเอง หรือฉากเสี่ยงตายที่เห็นในหนังเพียงไม่กี่นาที แต่เตรียมงาน 2 เดือน อีกความตั้งใจที่ใส่เข้าไปเต็มที่"
คอยพบกับอีกหนึ่งภาพยนตร์แห่ง "ยุทธศิลป์" ที่พระเอกนักบู๊ "โทนี่ จา" รังสรรค์ จนสําเร็จ 5 พฤษภาคม ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ♦










