ในที่สุดก็มาถึงตอนสุดท้าย และจบลงที่ 19+19 พอดิบพอดี แหม ตั้งใจเกินไปรึเปล่าเนี่ยพี่กุ้ง 555++ ก่อนจะเข้าเรื่อง “วุ่นนักรักข้างตลาด” มีข่าวฝากดังนี้ค่ะ
1.วันที่ 25/3/53 พี่กุ้งส่งน้องๆ พระเอกนางเอกทั้ง 4 คนไปร่วมงาน nine entertain award เดินบนพรมม่วงค่ะ ฝึกไว้คิดว่ายังไงซะ 1 ใน 4 คนนี้ อนาคตอาจได้รับรางวัลกับเค้าบ้างนะ สู้ๆ นะเด็กๆ ใครอยากไปให้กำลังใจน้องๆ ก็สอบถามรายละเอียดดูค่ะที่โมเดิร์นไนน์
2.สำหรับผู้ที่จะไปร่วมทริปดาราพาเที่ยวกับพี่กุ้ง ให้เข้าไปติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างด่วนค่ะ เนื่องจากพี่กุ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนคนร่วมทริปค่ะ เข้าไปอ่านได้ที่ EVENT&GAME สรุปผลดาราพาเที่ยวนะคะ
ตลอดระยะเวลา 3 เดือนครึ่ง ที่ทีมงานและนักแสดงได้ทำงานร่วมกันมาก็จบลงด้วยดี ต้องขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกคน พร้อมทั้งขอบคุณผู้สนับสนุนทุกๆท่าน ทั้ง CP, 7-11, วุฒิศักดิ์ คลินิก, Yamaha, true move, RBAC, เมืองไทยประกันชีวิต, Chevrolet, นมผงเอ็นฟาโกร, ก๊อกน้ำซันวา, ผลิตภัณฑ์ P&G, เครื่องสำอาง elisees และ ผู้ให้การสนับสนุนท่านอื่นๆค่ะ

ทีมงานถามพี่กุ้งว่าเหนื่อยมั้ย คำตอบคือ “เหนื่อยมากค่ะ” แต่มีความสุขที่ได้ทำละครเรื่องนี้ แล้วทุกๆ คนชอบ วันเลี้ยงปิดกล้องมีผู้โชคดีจาก SMS สมัครสมาชิก วุ่นนักรักข้างตลาดคลับ ที่ไม่ได้เป็น FC ของน้องๆ คนไหน แต่ดูละครแล้วชอบเลยสมัคร พร้อมทั้งเข้ามาอ่าน story teller ของพี่กุ้ง และบังเอิญโชคดีโดนสุ่มมาร่วมงาน เสียดายที่พี่กุ้งจำชื่อไม่ได้ ก็บอกตามตรงว่าดีใจมากค่ะ ทีมงานและนักแสดงอาจอยู่กับละครเรื่องนี้ 3 เดือนครึ่ง (แถมด้วยทนร้อนในบาง location) แต่พี่กุ้งต้องคูณ 2 ค่ะ ตั้งแต่เลือกเรื่อง เลือกนักแสดง นำเสนอสถานี เตรียมงาน ทีมงานกับนักแสดงอาจจะอ่านบทแค่คนละรอบ แต่พี่กุ้งต้องคูณ 4 ค่ะ ตั้งแต่ทรีทเมนท์ ซินนาริโอ้ จนเป็นบทและแก้ไข ผู้ชมอาจจะดูละครแค่คนละ 1 รอบ แต่พี่กุ้งต้องดู 3 รอบเป็นอย่างต่ำ ตั้งแต่เทปบันทึกการถ่ายทำ ตัดต่อก่อนลงเสียง ลงเสียงแล้ว ถ้ามีแก้ไขอีกก็ดูอีก ดูจนหลับตาฟังแต่เสียงก็ยังเห็นภาพว่างั้นเถอะ ถึงได้บอกว่าการกลับมาทำละครครั้งนี้ พี่กุ้งใช้พลังงานไปเยอะมาก เรียกว่าละครเรื่องนี้ดูดวิญญาณพี่กุ้งไปมากที่สุดในช่วง 3-4 ปีหลังในการทำงานช่วงนี้ค่ะ คนอื่นสบายแล้ว พี่กุ้งก็เหลืออีกไม่กี่อาทิตย์ค่ะ ก็จะมีเวลาหายใจขึ้นมาบ้าง (เนื่องจากช่วงนี้มีโปรเจคอื่นๆ ให้ทำควบคู่ไปกับโค้งสุดท้ายของละคร) และก็มีหนังสือที่ซื้อมาเกือบ 60 เล่มแล้วที่ยังไม่ได้มีเวลาอ่าน ก็จะได้หาเวลาอ่านบ้าง ตั้งแต่ทำหนังสือ dara daily พี่กุ้งก็จะเข้าร้านหนังสือประจำ จากที่ชอบเข้าอยู่แล้วก็จะเข้าถี่ขึ้น คือไปเช็คหนังสือตัวเอง ถ้าวางไม่เด่นก็จะจัดการวางให้เด่น (แฟนละครคนไหนจะช่วยพี่กุ้งบ้างเวลาไปร้านหนังสือก็ขอขอบคุณล่วงหน้า และขอให้หล่อให้สวยให้รวยทุกคนค่ะ ถ้าจะให้รักกันมากยิ่งขึ้นก็ช่วยซื้อกลับไปอ่านที่บ้านด้วยนะคะ แอบเห็นบางคนเปิดอ่านอยู่ที่ร้านแต่ไม่ยอมอุดหนุน 555++ ของเค้าดีจริงนะจะบอกให้)
.jpg)
เหลืออีกแค่ 3 สัปดาห์ละคร “วุ่นนักรักข้างตลาด” ก็จะจบลงแล้ว พี่กุ้งบอกได้คำเดียวว่า ละครที่เหลือนี้สนุกมากค่ะ มีครบทุกอารมณ์ หวาน ฮา น้ำตาซึม พี่กุ้งได้ดูฉากจบแล้ว เล่าให้ฟังคร่าวๆ เป็นการส่งท้ายก็แล้วกันนะคะ สำหรับฉากจบก็เป็นไปตามสูตรค่ะ พระเอกต้องขอนางเอกแต่งงาน คู่นิพัธกับริสาน่ะ ริสาเค้าเล่นตัวไม่ยอมแต่ง นิพัธเลยต้องแกล้งใช้มุขความจำเสื่อม ฉากนี้น่ารักมาก ทุกคนจะได้เห็นริสาเต้นมดตัวน้อยตัวนิด ยังค่ะยังไม่พอพี่พอลยังขอไก่ย่างถูกเผา ไปดูว่าริสายอมเต้นไก่ย่างถูกเผาหรือเปล่านะคะ และทุกคนจะได้เห็นนิพัธคุกเข่าขอริสาแต่งงาน คู่นี้นุ่มนวลชวนซึ้งมากๆ ค่ะ นึกถึงวันแรกที่เจอแบงค์เบลล์ วันฟิตติ้ง (เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจนอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป) แบงค์เรียกเบลล์ว่า “พี่เบลล์” พี่กุ้งได้ยินถึงกับตกใจ หันมาถามว่าเบลล์อายุมากกว่าแบงค์เหรอ แบงค์บอกว่าปีเดียวครับ พี่กุ้งก็เลยบอกว่าถ้างั้นไม่ต้องเรียกพี่ เรียกเบลล์เฉยๆ พระเอกจะมาเรียกนางเอกว่าพี่ได้ไง ไม่อิน 555++ จากนั้นแบงค์ก็เรียกเบลล์เฉยๆ จริงๆ แล้วแบงค์กับพี่กุ้งเรามีความลับต่อกัน 1 อย่าง และพี่กุ้งสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ที่รู้ๆ จากวันนั้นจนถึงวันนี้แบงค์ติดคำ “ขอบคุณ” พี่กุ้งก็แล้วกัน 555+++ วันนี้พี่กุ้งอารมณ์ดีเพราะพี่กุ้งกำลังเริ่มงานใหม่บางอย่าง ที่ทำให้พี่กุ้งมีความสุขมาก อย่างที่บอกค่ะ ความสุขของพี่กุ้งอยู่ระหว่างทาง แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ไหนๆ ก็พูดถึงแบงค์แล้วขอพูดถึงเบลล์สักนิดนะคะ พี่กุ้งเห็นด้วยกับแบงค์ว่าเบลล์เป็นผู้หญิงที่มีความคิด วันที่พี่กุ้งนั่งพูดคุยกับแบงค์เบลล์ หลังจากที่พี่กุ้งโกรธพะแพงอยู่ จริงๆ แล้วพะแพงเค้าก็พยายามง้อพี่กุ้งด้วยการกดโทรศัพท์หาพี่กุ้งเกือบ 30 ครั้งนะ เวลามองพะแพง พี่กุ้งจะนึกถึงตัวเองสมัยเด็กๆ ที่ค่อนข้างดื้อ เชื่อมั่นในตัวเองสูง เอาแต่ใจเป็นที่ตั้ง ใครพูดอะไรไม่ตรงใจก็จะวิ่งเข้าหูซ้ายทะลุไปหู ขวาด้วยความไวแสงเลยทีเดียว ต่างกันตรงที่พะแพงเค้ายังมีมุมอ่อนหวานบ้าง แต่พี่กุ้งไม่มีค่ะ พี่กุ้งมีแต่มุมอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนหวานค่ะ (ความอ่อนโยนเริ่มมีเมื่อมีหลานๆ แล้ว เมื่อวันเลี้ยงปิดกล้องแบงค์เค้ายังแซวพี่กุ้งอยู่เลยว่า พี่กุ้งโหดมาก แบงค์พี่ว่าถ้าแบงค์เจอพี่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เราคงต่อยกันแน่เลย 555+++ เสียดายตอนนั้นแบงค์ยังไม่เกิดนิ) เบลล์บอกกับพี่กุ้งว่าพะแพงเค้าก็เหมือนลูกคนเล็กของพี่กุ้งไงคะ เพราะเค้าเด็กสุดในพวกเรา 4 คน น้องเค้าเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะคะ พี่กุ้งอย่าเป็นคุณแม่ขี้บ่นซิคะ เอ่อพี่ก็งงๆอยู่นะ งงว่าอยู่ๆ พี่ก็มีลูกโตทีเดียว 4 คนเลย โดยยังไม่ได้แต่งงานน่ะ แล้วพี่ก็คิดตามที่เบลล์พูด พะแพงเค้ามีความเป็นห่วงเพื่อนหรือคนรอบข้างค่อนข้างสูง บางทีเห็นแบงค์เบลล์รอเข้าฉากนาน เค้าก็จะมาบอกพี่กุ้งว่า ให้พี่เค้าถ่ายก่อนหนูก็ได้ ซึ่งจริงๆ งานละคร ไม่ใช่ว่านึกอยากจะถ่ายฉากไหนก็ถ่ายได้ แต่พะแพงเค้าไม่เคยเล่นละครมาก่อนยังไม่รู้ในบางเรื่อง จริงๆเวลาเรารักหรือชอบใคร คนนั้นก็จะอยู่ในสายตาเราตลอด ไม่ว่าจะอยู่นะจุดไหนก็ตาม ไม่เห็นก็มองหา ถามหา ทำให้เราคาดหวัง พอไม่เป็นอย่างที่คาดหวังก็หงุดหงิดไง นี่แหละนะความรัก ทุกๆ แบบค่ะไม่ว่าจะคนรัก พี่น้อง ลูกหลาน พ่อแม่ เพื่อนๆ ถ้าเราเฉยๆ กับใครเมื่อไร เมื่อเค้าทำอะไรก็ตามไม่ได้สร้างความรู้สึกอะไรให้เราเลย แสดงว่า คนนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาเราแล้วแหละค่ะ ดังนั้นในบรรดา 4 คนนี้พะแพงเค้าก็เหมือนลูกสาวคนเล็กของพี่จริงๆ อย่างที่น้องเบลล์ว่า พี่ก็จะเป็นห่วงและกังวลกับเค้ามากที่สุดในทุกเรื่อง สรุปแล้วพี่มีลูกขึ้นมา 4 คนแล้วซิเนี่ย555+++

มาพูดถึงฉากจบต่อค่ะ คู่ของพี่กฤตน้องแพร ไม่อยากบอกว่า ตอนหลังๆ น่ะ พี่กฤตเค้าเป็นคนเจ้าไอเดีย ที่นิพัธความจำเสื่อมน่ะก็ไอเดียพี่กฤต และยังมีไอเดียอื่นๆ อีกมากของพี่กฤตเค้าทั้งนั้น แต่ตอนขอน้องแพรแต่งงานนี่ พี่กุ้งว่าพี่กฤตออกแนวใช้ความรุนแรงนะ จนพี่กุ้งคิดว่าสรกฤตออกแนวโหดนะ คือจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าตี๋เล่นไม่ดีไม่เป็นพี่กฤตนะคะเพราะในละคร นอกจากเราจะให้พี่กฤตเป็นคนอบอุ่นแล้ว เรายังให้พี่กฤตแอบดุและโหดเล็กๆ เพื่อไม่ให้พี่กฤตในละครนิ่งจนเกินไปค่ะ ละครเรื่องหน้าถ้าจะมีตี๋เล่น สงสัยต้องหาบทแนวตบจูบนะ ท่าทางตี๋จะเล่นได้ดี 555++ ไปตามดูเองก็แล้วกันค่ะ
อีกฉากหนึ่งที่พี่กุ้งสงสาร ทั้งนิพัธและสรกฤตมากๆ ก็ตอน 2 ปีผ่านไป (ในละครนะคะ) ทั้งคู่ต้องเจอกับผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างมากๆ จนตี๋หลุดพูดออกมากับทีมงานว่า ถ้าชีวิตจริงเป็นแบบนี้นะ ตบไปนานแล้ว เอ่อ! พี่ตี๋จะโหดไปมั้ยเนี่ย ล้อเล่นกันขำๆค่ะ แต่ที่พี่กุ้งขำกว่าก็ตอนที่พะแพงใช้โอกาสในบทแกล้งตี๋ โดยการให้ตี๋นวดเท้าให้ พี่กุ้งว่าฉากนี้ไม่ผ่านแน่นอน เพราะพะแพงหลุดขำ ส่วนตี๋ก็ทำท่าเหม็นเท้าโคตร แล้วมันจะเป็นพี่กฤตน้องแพรได้อย่างไร แต่ตี๋ก็ร้ายนะมีการแกล้งกลับ โดยการยัดชมพู่เข้าปากพะแพง ชนิดไม่ยั้ง แทนที่จะป้อนดีๆ เพื่อนคู่นี้โหดพอกัน 555++ ไม่เหมือนพี่พอลกับริสา แบงค์เค้าก็แค่นั่งหมดแรง ไม่มีมาแกล้งเบลล์กลับสักนิด ที่เล่าให้ฟังเพราะคิดว่าหลายคนเสียดายที่ไม่มีเบื้องหลังใน DVD การเข้ามาอ่าน story teller ของพี่กุ้ง ก็ต้องให้อะไรขำๆ กลับไปบ้างค่ะ

แต่มีฉากหนึ่งที่พี่กุ้งอยากเล่าให้ฟัง เพราะเหนือความคาดหมายของพี่กุ้งมากๆ และยอมรับว่าพี่กุ้งดูฉากนี้ แล้วน้ำตาซึม และคิดว่าเป็นฉากที่พี่กุ้งประทับใจมากที่สุดฉากหนึ่งในละคร เรื่องนี้ และคิดถึงคำพูดที่ว่า “เราจะแก่ไปด้วยกัน” เป็นฉากที่แพรวาหลบมานั่งร้องเพลงให้น้องพลอยฟัง (หัวใจวายคนใกล้ตาย) แล้วพี่กฤตตามมาบอกรัก จากนั้นทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกัน แล้วพี่กฤตก็ร้องเพลง อยากให้รู้ว่ารักเธอ ให้น้องแพรฟัง เมื่อน้องแพรฟังเพลงนี้น้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมา บอกตามตรงว่าพะแพงเล่นดีมาก ดีจนทำให้พี่กุ้งน้ำตาซึมได้ จากนั้นพี่กฤตก็วางกีตาร์ลงและดึงน้องแพรเข้ามาสวมกอด เมื่อพะแพงส่งมาขนาดนี้ ตี๋ก็รับได้ดีเช่นกัน เป็นฉากที่สมบูรณ์แบบมากๆ ทั้งคู่เล่นได้ดีเหนือความคาดหมายของพี่กุ้งจริงๆ ขอชมจากใจ...... ติดตามชมฉากนี้ได้ในตอนอวสานของละครเรื่องนี้นะคะ หวังว่าทุกคนจะประทับใจเช่นกัน

สุดท้ายนี้ ในฐานะคนทำละคร ก็หวังว่าผู้ชมทุก ๆคนและ FC story teller ของพี่กุ้งจะมีความสุขจากการรับชมละครเรื่องนี้ไม่มาก ก็น้อยนะคะ และสามารถติชมละครตอนที่เหลือใน story teller 19+19 นี้ได้ค่ะ พี่กุ้งจะเข้ามาตามอ่านค่ะ และจะนำไปใช้ในละครเรื่องต่อๆ ไปที่จะทำค่ะ
ตอนนี้พี่กุ้งกำลังเตรียม โปรเจคใหม่อยู่หลายโปรเจค ก็หวังว่าโปรเจคใหม่ที่พี่กุ้งกำลังเตรียมอยู่นี้ จะได้ออกมาให้ทุกๆคนได้ชมกันในเร็วๆ นี้นะคะ รับรองว่าเป็นโปรเจคที่ดีแน่นอนค่ะ
ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตาม ชมละคร “วุ่นนักรักข้างตลาด” และเข้ามาให้กำลังใจใน story teller ของพี่กุ้งนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาในเร็ววันค่ะ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะ โชคดีค่ะทุกคน
ฝากคำถามทิ้งท้ายไว้ เมื่อถึงเวลาที่โปรเจคใหม่พี่กุ้งออกสู่สายตา จะมาเฉลยนะคะ สืบเนื่องมาจากหนังสือเล่มหนึ่งใน 60 เล่ม ที่พี่กุ้งกำลังหาเวลาอ่านอยู่ มีคำถามว่า “เมื่อสมัยเป็นเด็ก พวกเราต่างก็เชื่อว่า ซานตาครอสเป็นคนนำของขวัญมาให้ (สมัยเด็กๆ พี่กุ้งเรียนโรงเรียนคริสต์ค่ะ) และช่วยทำให้ความฝันทุกอย่างเป็นจริง แต่เมื่อทุกๆคน เติบโตขึ้นจะเข้าใจว่า ซานตาครอสไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ถ้าเรารู้แค่นี้ แสดงว่าเรายังเป็นผู้ใหญ่ไม่เต็มตัวค่ะ ผู้ใหญ่เต็มตัวต้องรู้ว่า “แท้จริงแล้ว ซานตาครอสคือใคร” จะมาทายเล่นๆ ใน story teller ตอน 19+19 นี้ก็ได้นะคะ และถ้ามีคนทายถูก ไม่แน่พี่กุ้งอาจมีรางวัลเล็กๆน้อยๆ ให้ค่ะ รับรองว่าคนที่ทายถูก ทุกๆ วันจะเป็นวันคริสต์มาสของคุณค่ะ แล้วพบกัน สวัสดีค่ะ ♦

23 มีค. 2553