เรื่องราวของความกตัญญูกตเวที คงเป็นเรื่องที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน และเป็นเรื่องที่ได้ฟังกันครั้งใดก็สร้างความซาบซึ้งตื้นตันกันได้ทุกครั้ง เช่นกัน แต่ในวันที่สังคมถูกรุมเร้าไปด้วยภาวะที่กดดันมากมาย เงื่อนไขที่จะเอื้อให้ผู้คนอยากทำดีนั้นลดน้อยลง นี่คงเป็นบทพิสูจน์ความดีจากเนื้อแท้ของผู้คน เรื่องราวของเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในวัยที่ผู้ปกครองหลายคนอาจต้องปวดหัวกับพฤติกรรมบางอย่างของวัยหัว เลี้ยวหัวต่อ แต่สำหรับเด็กผู้ชายวัย 14 ปี ที่ชื่อ “สรวิศ ไชยสัจ” หรือ “มาร์ค” สิ่งที่ผู้ปกครองมีต่อเขาคงมีแต่ความรักและความภาคภูมิใจที่มีลูกหลานเยี่ยง นี้ ทุกเช้าตรู่ “มาร์ค” ต้องลืมตาตื่นก่อนใครอื่นในบ้านเพื่อหุงหาอาหารเตรียมไว้ให้สมาชิกในครอบ ครัวที่ประกอบไปด้วย “ปู่” ที่ป่วยเป็นอัมพาตเคลื่อนย้ายร่างกายไปไหนไม่ได้ต้องนอนอยู่บนเตียงเท่านั้น และ “ย่า” ซึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวานขั้นรุนแรง สองชีวิตซึ่งอยู่ในวัยชราที่ว่านี้ คือ ภาระหลักในทุกๆ เช้า ของ “มาร์ค” ที่ต้องดูแลให้เรียบร้อยก่อนไปโรงเรียน ขณะที่ช่วงพักกลางวันก็ไม่ใช่เวลาทานอาหารกลางวันเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เพราะ “มาร์ค” ต้องรีบกลับมาที่บ้าน เพื่อดูแลเรื่องอาหารการกินให้กับ “ปู่” และ “ย่า” แล้วจึงกลับไปเรียนต่อในช่วงบ่าย และเมื่อโรงเรียนเลิกเรียนตอนเย็น เขาก็ต้องรีบกลับมาที่บ้านเพื่อทำกิจวัตรอย่างเดิมอีกครั้ง กิจวัตรนี้อาจมีความต่างอยู่บ้างในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ “มาร์ค” ต้องไปรับจ้างทำงานที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์ เพื่อหารายได้มาดูแลครอบครัว รวม 3 ชีวิต นี่คือ เรื่องราวของเด็กชายยอดกตัญญู จากพื้นที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ในฉากชีวิตและเรื่องราวคล้าย ๆ กันนี้ แต่อยู่ในพื้นที่ซึ่งห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ “ปาน” วัย 12 ปี อาศัยอยู่กับพ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพาตมานานหลายปี และแม่ก็ทิ้งเธอกับพ่อไปตั้งแต่พ่อเริ่มป่วย ชีวิตของ “ปาน” เริ่มต้นวันใหม่ไม่ต่างจาก “มาร์ค” ภาระหน้าที่ของเธอ คือ การดูแลทุกอย่างให้กับพ่อที่ชราและเจ็บป่วย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ก่อนที่จะไปโรงเรียน และรีบกลับมาเพื่อทำหน้าที่ดูแลพ่อเหมือนเดิม ภายใต้ข้อจำกัดที่มีความกดดันมากมาย ภายใต้เงื่อนไขของการพิสูจน์ความดีของคนเช่นนี้ อะไรที่ทำให้เด็กในวัยที่ควรจะสนุกกับการได้รับการดูแลมากกว่าต้องมาดูแลคน อื่นเช่นนี้ยังคงรับหน้าที่และทำภารกิจตรงหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง ทำทุกอย่างได้เพื่อดูแลผู้มีพระคุณ โดยไม่คิดที่จะทิ้งกันไป ถ้าหากความกตัญญูกตเวที คือ “ความดีงาม” อีกประเภทหนึ่ง ผู้ที่เลือกจะทำความดีนี้ ก็สมควรได้รับการยกย่องได้ว่า เป็น “มนุษย์” ผู้ซึ่งมีจิตใจที่ดีงามประเภทหนึ่งเช่นกัน ติดตามเรื่องราวของ “มาร์ค” และ “ปาน” สองเด็กยอดกตัญญูได้ ในรายการ “คน ค้น ฅน” วันอังคารที่ 9 ก.พ. 2553 เวลาสี่ทุ่มสิบห้า ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ♦
9 กพ. 2553