ในแต่ละวัน ผู้หญิงไทย ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกประมาณ 7 รายต่อวัน ซึ่งเป็นในผู้หญิงได้ทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะคนโสด แต่งงาน มีคู่นอนคนเดียว หรือมีคู่นอนหลายคน โดยเฉพาะการมีคู่นอนหลายคน จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าวได้สูง ดังนั้นบ้านใดที่สามีเจ้าชู้ ชอบแอบไปมีกิ๊ก ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภรรยาเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV ได้ไม่น้อย
กับเรื่องนี้ อธิบายได้จาก นพ.อรรณพ ตัณฑะจินะ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ที่เปิดเผยว่า โรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากเชื้อไวรัส ฮิวแมนแปปปิโลมา หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ไวรัส HPV (Human papilloma virus) เมื่อเชื้อไวรัส HPV เข้าสู่ร่างกาย จะทำเกิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการแบ่งตัวของเซลล์ จนเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ เกิดเนื้องอกชนิดที่เป็นมะเร็งขึ้นมา
นอกจากนี้ ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ นั่นเพราะฮอร์โมนตัวดังกล่าว จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์มดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด ซึ่งคุณผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์อาจเป็นมะเร็งปากมดลูกได้จาก สาเหตุนี้
ด้านอาการของโรค คุณหมอบอกว่า ในขั้นแรกจะยังไม่แสดงอาการใดๆ จนกว่าโรคจะลุกลามไปมากแล้ว โดยจะมีอาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธุ์ เลือดออกทางช่องคลอดทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน มีอาการอ่อนเพลีย ผิวซีด น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ตกขาวมีกลิ่นเหม็น ลักษณะเหมือนหนอง
หรือบางครั้งเป็นเหมือนน้ำออกมาจากทางช่องคลอด หรือมีเลือดออกกระปริบกระปรอย ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ ไม่จำเป็นว่า จะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูกเสมอไป อาจเป็นโรคอื่นที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ก็ได้ ทางที่ดี ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจภายในให้แน่ชัดจะดีที่สุด
*** สามีคาสโนวา ภรรยาเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก!
อย่างไรก็ดี คุณผู้หญิงที่แต่งงานมีสามีแล้ว แต่สามีเจ้าชู้ หรือเป็นคาสโนวานั้น ย่อมมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้สูง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด สูตินรีแพทย์ แนะนำว่า ควรให้สามีเลิกสำส่อนทางเพศ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ หรือบอกแล้วไม่ได้ผล คุณภรรยาเองควรป้องกันตัวเองไว้ด้วย โดยให้สามีสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่จะทำให้ร่างกายมีความบกพร่องต่อกลไกการป้องกันเชื้อไวรัส HPV และถ้าสามีเป็นโรคที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธุ์ ควรให้รีบรักษา และงดการมีเพศสัมพันธุ์ในขณะนั้น เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้ออื่นๆ ตามได้
แต่ถึงกระนั้น สูตินรีแพทย์ เตือนว่า ไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากบางครั้งสามีอาจรับเชื้อโดยที่ไม่มีอาการแสดงใดๆ ก็เป็นได้ ดังนั้นคุณภรรยา ควรหมั่นตรวจหามะเร็งปากมดลูกทุก 1 ปี และควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อ HPV ควบคู่กับการตรวจภายใน (Pap Smear) ซึ่งไม่ควรอายที่จะตรวจ
นอกจากนี้ อัตราการติดเชื้อจะสูงที่สุดในวัยรุ่นตอนต้น หรือวัยที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นบ้านใดที่มีลูกสาว ควรพาไปฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วงอายุ 10-12 ปี หรือก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เพราะจะเป็นวิธีการป้องกันโรคนี้ไว้ล่วงหน้าได้ดีที่สุด
"สายพันธุ์ที่อันตรายคือ HPV 16,18,31และ 45 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HPV 16 และ 18 นั้น เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกประมาณ 70% วัคซีนจึงไม่สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส HPV จากสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกคือ สายพันธุ์ 16 และ 18 ได้" สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าว
คงจะจับได้ยากว่า สามีแอบไปมีกิ๊ก หรือเจ้าชู้หลายใจหรือไม่ ทางที่ดี ถ้าไม่มั่นใจ ภรรยาหลวง จะต้องป้องกันตัวเองไว้ด้วย โดยให้สามีสวมถุงยางอนามัยขณะร่วมเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง รวมไปถึงคุณภรรยาเอง ควรมีการตรวจภายในทุกๆ 1 ปี เพื่อตรวจดูอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น
แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว จะไม่กล้าให้คุณหมอตรวจกันเท่าที่ควร เพราะส่วนหนึ่งมาจากความเขินอาย โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่อายุยังน้อย และเข้าสู่ช่วงของวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ถือเป็นตัวกลาง ที่จะต้องอธิบาย พร้อมกับชี้ให้ฟังอย่างเข้าใจ และถูกต้องด้วย เพื่อป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจะสายจนเกินแก้โดยที่ไม่รู้ตัว
*** คุณภรรยา หรือคุณแม่ที่มีลูกสาว สามารถมารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรี ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชนในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และคลินิกชุมชนอบอุ่นทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 1330 แต่ทั้งนี้เพื่อความสะดวก สามารถไปรับบริการได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน *** ♦
2 มค. 2553