ของวงการภาพยนตร์ไทย สําหรับ "จาฤก กัลย์จาฤก " นายก สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ที่เข้ามามีบทบาทในการผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยประเด็นที่ถูกถามมากที่สุดไม่พ้นเรื่องการจัดเรทติ้ง ซึ่งท่านนายกฯเปิดใจกับทีมสกู๊ปพิเศษ-ดาราเดลี่ถึงทิศทางภาพยนตร์ไทยในปัจจุบันและภาพรวมของตลาดในปี 2009
ภาพรวมภาพยนตร์ไทยที่ถูกจัดเรทติ้ง
"ผมว่าเรื่องเรทติ้งเป็นเรื่องของวงการภาพยนตร์ไทยเป็นคนผลักดันอยากให้เกิด เพราะเดิมนั้นมันเซ็นเซอร์ไม่เป็นระบบ ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว ตอนนี้พอมีการแบ่งเรทติ้งขึ้นมา ซึ่งจุดเริ่มต้นคือสมาคมผู้กํากับเป็นคนคิดแล้วก็ผลักดันให้ช่วยกันร่างกฎหมาย การที่ประกาศใช้นั้นวงการภาพยนตร์รู้สึกยินดี แต่มันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการเขียนรายละเอียดที่จะต้องควบคุมตัวนี้ ท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณความลงตัวที่ต้องคอยติดตามกันต่อไป"
ภาพยนตร์ไทยที่จะสร้างต้องเข้าระบบเรทติ้งมั้ย
"จริงๆ นั้น ทุกๆ ประเทศเมื่อคุณสร้างภาพยนตร์เพื่อที่จะขายตลาดโลก ก็จะต้องกําหนดเรทติ้งในตัวเนื้อหาของเรื่องเองอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่อย่างนั้นสมาคมภาพยนตร์ของต่างชาติจะเสียเวลากําหนดเรทให้อีก มันอาจจะแตกต่างบ้าง เพราะวัฒนธรรมแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน อย่างเช่นภาพยนตร์ก้านกล้วย ทีมสร้างจะต้องรู้แล้วว่าอยากให้เนื้อหาออกมาเป็นอย่างไร เพื่อที่จะให้เหมาะสมกับกลุ่มคนดูประเภทไหนมากกว่า ซึ่งตรงนี้ทางสมาคมไม่จําเป็นต้องเข้าไปยุ่งก็ได้"
คิดว่าแนวภาพยนตร์ปีหน้าจะไปในทิศทางไหน
"ตอนนี้ที่พูดคุยกันระดับหนึ่ง พยายามให้อุตสาหกรรมนี้มันยังมีเกณฑ์ในการขยายเพิ่มตัว โดยวิธีการของมันคือ ถ้าจะเพิ่มการผลิตก็คงจะยาก ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ยิ่งยากและการตัดงบประมาณในการสร้าง ซึ่งคิดว่าเป็นความคิดที่ผิด มันจะเจอว่าคุณภาพของเนื้องานมันจะตกลง จึงคิดว่าถ้าหากมีการลดสื่อคงจะดีที่สุด เพราะภาพยนตร์ เรื่องหนึ่งมีงบสร้างประมาณ 10-20 ล้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสื่อโปรโมชั่นยกตัวอย่างก้านกล้วย ภาคแรก 50 ล้าน ภาคสอง 30 ล้าน แต่ในภาคสองมีการลดต้นทุนเรื่องการประชา-สัมพันธ์มากขึ้น ก็ทําให้เป็นอีกหนึ่งทางออก เมื่อเวลาภาพยนตร์เข้าฉายแล้วก็จะไม่กระทบกับรายได้ ไม่งั้นก็ต้องมารอลุ้นกันว่าเมื่อไรจะฉายรายได้ถึง 100 ล้าน มันถึงจะคุ้มทุน"
มองวงการภาพยนตร์ที่เป็นอยู่อย่างไรบ้าง
"ตอนนี้ผมมองว่า การที่ภาพยนตร์ตลกมีเยอะ มันก็แล้วแต่ช่วง เพราะแต่ละค่ายมองว่าภาพยนตร์ตลกฉายเมื่อไรก็ยังได้เงินบ้าง ทุกคนก็ทําได้หมด ผมว่าภาพยนตร์แนวนี้คงยังอยู่อีกนาน ส่วนแนวอื่นๆ ก็ต้องมีออกมา เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับคนดูบ้าง ขณะนี้ผมก็พอใจครับที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยภาวะภาพยนตร์ไทยให้มีทิศทางที่ดีมากขึ้น"
วางวงการภาพยนตร์ไทยไปเมืองนอกไว้อย่างไร
"ทุกวันนี้ทุกค่ายภาพยนตร์ก็ทํากันอยู่ อย่างเช่นค่ายไฟว์สตาร์ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่เวลามีการสร้างภาพยนตร์ก็จะหาทุนสร้างกับต่างชาติอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลก็กําลังจะมีงบประมาณก้อนหนึ่ง เพื่อเป็นแรงผลักดันและขับเคลื่อนไว้
สําหรับการสร้างภาพยนตร์ส่วนหนึ่ง ตรงนี้น่าจะมีทั้งด้านค่าโคโปรดั๊กชั่น เรียกว่า Film Fun ซึ่งตอนนี้งบประมาณไม่รู้ว่าจะให้ได้เมื่อไร ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งทุนสร้างที่น่าจะส่งเสริมและพัฒนาให้การสร้างภาพยนตร์ไทยได้มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาได้บ้าง" ♦
20 กย. 2552