ต่างก็เติบโตบนบาทวิถีของวงการบันเทิง และได้ดีในสถานภาพ "นางเอกแถวหน้า " แต่ "ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต " ยังมีชื่อเสียงในแบบ "นางเอกเบอร์สอง " หรือไม่ก็ "นางเอกประกบ " นับจากผลงานละครเรื่องแรก "เพลงพราย " คู่กับ สวิช เพชรวิเศษสิริ เมื่อปี 2541
ชมพู่ ก้าวพ้นร่มเงาของการเป็นนางเอกเบอร์สอง ในปี 2550 ได้เป็น "นางเอกนำ " คู่กับพระเอก-นักร้อง "มอส-ปฏิภาณ " ในละคร "แสงดาวแห่งหัวใจ " และปิดท้าย "ปีทองของชีวิต " ด้วยบทบาท "นางเอก-นางร้าย " ในละครยอดฮิต "ดาวเปื้อนดิน "
ปี 2550 ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของชมพู่ เธอโด่งดังสุดขีด แต่กลับไม่ใช่ด้วยผลงานด้านละคร แต่ดังจากภาพลักษณ์ของสาวร้อน เป็นเจ้าของตำแหน่งและแชมป์สาวเซ็กซี่ แทบทุกสำนัก ขนาดสามารถเบียด "ตัวแม่" อย่าง "พัชราภา ไชยเชื้อ " ลงไปได้
นอกจากนี้ ชมพู่-อารยา ยังกลายเป็นโฟกัสของทุกงานอีเว้นท์ งานบันเทิง ที่เธอไปร่วมงานด้วยสไตล์การแต่งตัวที่แสนเซ็กซี่ และเร้าความสนใจจากบรรดา ช่างภาพและนักข่าว ในขณะที่ได้ก้าวพ้นเงาของชีวิต "นางเอกเบอร์สอง " แล้วนั้น ชมพู่ที่น่านั่งเชิดหน้า เพื่อดื่มกินความสำเร็จในช่วงชีวิตที่เรืองรอง กลับเลือกที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า!
การเลือกตัดสินใจที่จะย้ายรังจากบ้านเกิด "ช่อง 7 สี " และค่ายละครดาราวิดีโอ ที่แสนจะผูกพันนั้น คงจะผ่านการคิด ใคร่ครวญมาแล้วอย่างหนัก เพราะหากไปได้ดี ก็แค่เสมอตัว แต่หากไม่รุ่งอย่างที่หวัง ย่อมส่งผลต่อสถานภาพ "นางเอก "
แต่เป็นเพราะการออกสตาร์ทที่ช่อง 3 จากละคร "เพลิงพราย " ของ "ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต " นั้น ไม่ค่อยสวยหรูอย่างที่ควรจะเป็น จึงเชื่อว่าหลายๆ ฝ่าย หลายๆ คนที่ข้องเกี่ยว โดยเฉพาะคอละครที่เป็นแฟนคลับของชมพู่ คงออกอาการลุ้นผลงานละคร "ไฟโชนแสง " ที่เพิ่งลงจอไปแบบอุ่นๆ เมื่อวันพุธที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อย่างหนัก
เชื่ออีกว่า เวลานี้คนที่ลุ้นแบบตัวโก่งมากกว่าใคร เห็นจะเป็น "พี่คิง-สมจริง ศรีสุภาพ " ผู้กำกับฯ และผู้จัดในนามค่ายละคร "กู๊ด ฟีลลิ่ง " นั่นแหละ
ในยุคที่ละครโทรทัศน์บ้านเรา ใช้ "เรทติ้ง" เป็นมาตรวัดความสำเร็จ จึงขอออกโรง ออกแรงเชียร์ ให้คอละครชม "ไฟโชนแสง" ผลงาน ที่ช่วยให้ "ชมพู่-อารยา" เป็น "ดาวโชนแสง" ไปอีกนานแสนนาน ♦
16 สค. 2552