เปิดใจพิเศษ 31 คืนอันโหดร้าย “เอ อัญชลี”  กว่าจะผ่านโควิด19   

เปิดใจพิเศษ 31 คืนอันโหดร้าย “เอ อัญชลี”  กว่าจะผ่านโควิด19   

0

เปิดใจพิเศษ 31 คืนอันโหดร้าย “เอ อัญชลี”  กว่าจะผ่านโควิด19   
       ในคลัสเตอร์การระบาดของโควิด19 รอบแรก ครอบครัวและคนใกล้ชิดของ “เอ อัญชลี” ติดโควิด19 กันถึง 6 คน หนึ่งในนั้นคือ “โย ยศวดี” ตามข่าว
       ดาราเดลี่ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “เอ อัญชลี” เล่าหมดเปลือกชีวิตท่ามกลางไวรัสร้ายและการรักษาในรพ. นาน 17 วัน กักตัว 14 วัน และต้องดูแลลูกสาวเอวี่ซึ่งติดโควิดด้วย ด้วยความทุกข์ใจ
รวมการรักษาทั้งหมด 31 วัน 
       และนี่คือเรื่องราวของ “เอ อัญชลี” ที่ผ่านโควิด19 มาแล้ว

อ่านข่าวต่อ:ลามอีก! “เอ อัญชลี” พี่สาว "โย ยศวดี" ติดโควิด19 

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

       ดาราเดลี่ : เอติดโควิดจากเป็นคลัสเตอร์รอบแรกเลยมั้ย
“เอ อัญชลี” : รอบแรกเลยค่ะ ติดแรกๆ คือตอนนั้นน้องโยไปทำงานค่ะ แล้วก็ไปได้เชื้อกลับมานะคะจริงๆ แล้วเราก็กลับมาจากภูเก็ต ก็เซฟมากปลอดภัยมากกลับมา เพื่อนๆ ที่อยู่ที่ภูเก็ตเนี่ยทุกคนไม่เป็นไรเลยเพราะว่าเราไม่ได้ปาร์ตี้ ไม่ได้ไปร่วมงานต่างๆ เราไปถ่ายทำยูทูปกันเนาะ แต่พอกลับมาได้ประมาณเกือบ 1 อาทิตย์  น้องโยไปทำงานก็กลับมาพร้อมของแถม ก็เลยเอามาติดให้ครอบครัวเป็นกันทั้งบ้านเลย มีเอ น้องเอวี่ มีพี่เลี้ยงของเอนะคะ แล้วก็มีลูกอีกของพี่เลี้ยง ขวบกับ 8 เดือนเอง แล้วก็น้องโยเอาไปติดให้กับผู้ช่วยเค้าอีกหนึ่งคน ครอบครัวเอมีทั้งหมด 4 ใช่ไหมคะแล้วก็โย 5 มีน้องอีกคนเป็น 6 โชคดีมากที่คุณแม่ไม่ติด
       ดาราเดลี่ : โควิดครั้งแรก เตียงยังมี การจัดการอะไรก็ยังพร้อมอยู่
“เอ อัญชลี”: ตอนนั้นก็เริ่มหายากเหมือนกันนะคะ เอป่วยมาเนี่ยประมาณ 3-4 วันอะค่ะ กว่าจะหาได้แล้วเอก็รอ รอผลของน้องเอวี่ด้วย ก็ไม่ค่อยได้ซีเรียสเท่าไหร่ แล้วตอนนั้นเราก็ไม่ได้มีอาการที่น่าเป็นห่วงอะไร มีอาการหนักจากเข้าโรงพยาบาลแล้ว
       ดาราเดลี่ : พอเข้าโรงพยาบาลอาการเป็นไงบ้าง
“เอ อัญชลี”: ของเอพอเข้าโรงพยาบาลปุ๊ปอาการเนี่ย จะไม่ค่อยแสดงออกตอน 1-2 วันแรกนะ แต่พอเข้าไปปุ๊ปเนี่ยคืนที่สองอะเป็นเลย ไม่เหมือนตอนที่เอยังอยู่ที่บ้านตอนที่เป็นนะคะ เข้าโรงพยาบาลของเอเริ่มมีไข้ขึ้นสูงคือประมาณ 39 กว่าคือถึง 40 เลยอะ แล้วก็พูดแบบพูดไม่ค่อยได้ เสียงแหบๆอะ เหมือนเหนื่อยอะค่ะ อาการเหนื่อย

      ดาราเดลี่ : โยเข้าโรงพยาบาลก่อนใช่ไหม เป็นอาทิตย์ใช่ไหมถึงจะเข้าตาม
“เอ อัญชลี”: ใช่ค่ะ จริงๆแล้วไล่ๆ กัน น้องโย เค้าเข้าโรงพยาบาลที่รามคำแหงก่อนประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นเอก็ได้ที่โรงพยาบาลปริ้นส์สุวรรณภูมิ พอดีคุณพ่อน้องเอวี่เค้าก็ช่วยหาให้ค่ะ ที่นั้นมีเตียงแล้วเราก็รีบเข้าไปเลย เพราะว่าเราเข้าไปแบบลูกด้วยเนาะ เค้าก็เลยแบบช่วยเหลือเพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่ค่ะหลายคน 

       ดาราเดลี่ : เห็นคลิปร้องห่ม ร้องไห้ มันผ่านมาได้ไงครับช่วงนั้น 
“เอ อัญชลี”: ไม่ตอนนั้นลูกอยู่กับเอแล้ว เค้าก็ป่วยกับเอ ที่ร้องไห้ตอนนั้นจำได้ว่าคือตัวเองอะเคยผ่านการเจ็บป่วยมาหลายครั้งนะพี่ไม่ว่าจะเป็นล้มจักรยาน กระดูกเชิงกรานหัก แต่ครั้งเนี่ยมันเป็นเหมือนการเจ็บที่แบบวันนั้นเรายังจำได้ว่าไข้ขึ้นสูงมาก แล้วก็พยาบาลจะต้องให้ยาทางสายยางใช่ไหมคะตอนนั้น เค้าก็เหมือนมาจับตัวเอเพื่อจะเจาะเลือด เจาะประมาณ 5-6 ครั้ง เจาะไม่เข้าแล้วก็แต่ละครั้งที่เค้าจิ้มไปมันเหมือนกับคนเอาอะไรมาทิ่มหนังแบบ ซึ่งตัวเองไม่เคยเจ็บแบบนั้นอะคือร่างกายเรามันรู้สึกอักเสบไปหมดอะค่ะ แล้วก็พยาบาลเค้าก็ใส่ชุด PPE เค้าก็ดูแบบดูทำงานเค้าก็ทำงานยากแล้วอะ แล้วเค้าต้องมาจิ้มเพื่อจะหาเส้นเลือดแล้วพอเจาะ เจาะไม่ได้ทั้งสองข้างประมาณ 5-6 ครั้ง เอเลยเบบขอพี่เอไม่ไหวแล้วพี่อย่าพึ่งเจาะได้มั้ย แล้วก็พอเสร็จแล้วเอก็พึ่งจะร้องไห้หันไปมองตัวเองแล้วก็หันไปมองพี่เลี้ยงแล้วก็ลูก พี่เลี้ยงเรารู้สึกแบบเห้ยทำไมเราต้องมาอ่อนแอแบบนี้ ซึ่งใครหลายๆคนเห็นว่าเราต้องดูแลคนในครอบครัวเราด้วย ดูแลลูกดูแลหลานด้วยดูแลพี่เลี้ยง แต่รู้สึกอ่อนแอมากไม่มีแรงที่จะทำอะไรเลยแต่มันก็ร้องไห้ออกมา 

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

       ดาราเดลี่ : แต่ก็ผ่านมาได้ รักษาโควิด19ในรพ.ทั้งหมดกี่วันของเอ
“เอ อัญชลี”: ได้นอน 17 วันของเอ กลับมาต้องดูพักฟื้น ต้องมาอยู่ในบ้านอีก 14 วัน ที่ไม่ออกไปไหนเลยแล้วก็หลังจากนั้นก็พยายามที่จะไม่ออกไปเจอใครมากมาย แล้วก็ออกกำลังกายไม่ได้เลยเหนื่อย พูดก็เหนื่อยซึ่งมันพูดไม่มีเสียงเอเป็นเหมือนกับผู้ป่วยที่ออกมาแล้วมีอาการหลายอย่างมาก คุณหมอบอกว่าเอไม่มีเสียงคือเสียงหายเลยอะ ไม่มีแรงที่จะพูดเพราะเอผอมด้วย

       ดาราเดลี่ : มันมีผลกับทุกวันนี้ใช่ไหมเอ 
“เอ อัญชลี”: ใช่ พอออกมาก็จะเป็นอะไรที่แบบไม่ค่อยปกติ แต่ก็ใช้เวลาสักพักตอนนี้เอ 100 เปอร์เซ็นต์ละค่ะ

ดาราเดลี่ : ตอนนี้มันไม่เหมือนช่วงที่เอป่วย ตอนนั้นคนป่วยมีสองสามร้อยสี่ห้าร้อย ตอนนี้มันประมาณสองหมื่นต่อวัน คนหาเตียงไม่ได้ไปนอนล้มตายกัน ดูจากไอจีเห็นที่เค้าไปช่วยกันมา เห็นแล้วเป็นไงบ้างเอ
       “เอ อัญชลี”: เศร้านะ เอแบบอยู่ในสภาวะที่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วนี่คือต้องหนีไปเขาใหญ่เลยอะ เอมีความรู้สึกว่าเอตื่นเช้ามาแล้วเอก็อ่านข่าวอะ ต้องฟังข่าวต้องดูแล้วทำให้เอรู้สึกแบบเราจะทำยังไงเราจะช่วยอะไรเค้าได้บ้างไร เราแค่คนตัวเล็กๆแต่เราอยากจะช่วยคนที่กำลังติดเชื้อ ช่วยคนที่กำลังขาดแคลนซึ่งเอก็พูดกับโยว่าเราแบบเราอาจจะช่วยคนไม่ได้เยอะนะแต่เราก็ยังหาทางมาช่วย ก็ไปซื้อข้าวกล่องไปแจกชุมชนนู้น ชุมชนนี้กับน้องโย เราทำแล้วเรารู้สึกเศร้า ไม่คิดว่าเราจะมาถึงจุดเนี่ย แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นอะเราก็ยังน้อยอยู่บ้าง เราก็ต้องหวังเราก็ต้องอดทน แล้วตอนนี้มีความรู้สึกว่าคือต้องอยู่กับโรคเนี่ยไปสักพักใหญ่ๆ เลย เราต้องใช้ชีวิตที่ต้องอยู่กับมันให้ได้ คืออะไรที่เรารู้ว่ามันเสี่ยงจะไปติดเราต้องไม่ทำเราต้องไม่ไป อะไรที่จะทำให้เรารู้สึกมั่นคง เราแข็งแรงเราสุขภาพดีเราต้องทำ เราต้องช่วยตัวเอง แต่บางครั้งเอก็รู้สึกว่าบางคนเค้าก็ห้ามไม่ได้ในเมื่อชีวิตเค้าก็ต้องออกไปดิ้นรนทำงาน อันนั้นเอเห็นใจมากๆ เลยคนที่ต้องแบบออกไปทำงานทุกวัน ต้องไปเสี่ยงกับที่จะติดเชื้อโรคเข้ามา เห็นใจมากไม่คิดว่าแบบวันนึงจะมาถึงจุดที่ตอนนี้จะสองปีแล้วเนอะ 

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

เอ อัญชลี

       ดาราเดลี่ : อย่างช่วงที่เค้าล็อคดาวน์อย่างนี้กระทบกับเรามั้ย 

“เอ อัญชลี”: กระทบ กระทบอยู่แล้วปกติก็จะมีงานฟรีแลนซ์ทำช่วงออแกไนเซอร์ ก็ยังมีงานที่จะออกไปทำงานด้านบันเทิงบ้าง ซึ่งเราก็เป็นตัวเล็กๆ บ้างพอมันมีโควิดเข้ามางานพวกนั้นก็หายไปโดยปริยายอยู่แล้ว แล้วก็งานออนไลน์ช่วงแรกๆมันดีนะ เพราะคนไม่ไปไหนเค้าก็สั่งซื้อกัน แต่พอช่วงหลังมาระลอกนี้มาเริ่มคิดแล้วว่าแบบเค้าจะใช้เงินยังไง เค้าจะต้องประหยัด มันก็ต้องดิ้นรนมาก 

       ดาราเดลี่ : เพื่อนโยทำร้านอาหารนี่หนักนะ
“เอ อัญชลี”: เพื่อนโยที่ทำร้านอาหารนี่ ปิดหมดเลยค่ะปิดระนาวเลย ก็เห็นใจมากอย่างคุณพ่อน้องเอวี่ก็ทำรีสอร์ทเนาะอยู่ภูเก็ตอีกต่างหากก็ผลกระทบเค้าค่อนข้างเยอะ เราก็ยังเห็นใจเลย ก็เห็นใจไปหมดค่ะ แต่คิดว่าความหวังเนอะวัคซีนมาเยอะที่สุดเราก็ได้ฉีดกันครบประเทศชาติก็จะได้เปิด

       ดาราเดลี่ : อย่างเอก็ฉีดแล้วใช่ไหมไปเข็มนึง
“เอ อัญชลี”: เอฉีดได้ 1 เข็มเองค่ะ เหลืออีก 1 เข็มรู้สึกว่าได้คิวตอนเดือนตุลา

       ดาราเดลี่ : แล้วรู้สึกเป็นไง ภูมิดีขึ้นมั้ย แข็งแรงขึ้นมั้ย
“เอ อัญชลี”: เดี๋ยวไปตรวจมาก็เราก็ต้องดูแลตัวเองเนาะ

       ดาราเดลี่ : ตรวจแล้วภูมิเท่าไหร่ 
“เอ อัญชลี”: คือเอาง่ายๆ ขนาดเอหายจากโควิดมาภูมิยังขึ้นไม่เยอะเลย ภูมิยังขึ้นแบบถ้านับเป็นจุดของโยขึ้นอยู่ 3.8 เอไม่รู้ว่าเค้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คิดเป็นร้อยละรึเปล่า ของเอวี่เนี่ย 2 จุดกว่าเกือบ 3 เอง ของเอ 1 กว่าเอง แล้วก็พอไปฉีดยามาก็ขึ้นมาแทบจะไม่รู้สึก แต่ก็โล่ง มีวัคซีนมาก็โล่งใจได้เข็มนึงแล้ว 

       ดาราเดลี่ : คุณแม่ไม่ติด ไม่เป็นไรเลย 
“เอ อัญชลี”: แม่ไม่เป็น นี่ก็คุณแม่เอเนี่ยมีโรคประจำตัวอยู่หลายอย่างเลย ถ้าคุณแม่ติดแล้วคุณแม่ดันมานั่งกินข้าวกับเอกับโย วันนึงด้วยนะ มานั่งกินสุกี้ด้วยกัน แต่คุณแม่จะเป็นคนแบบใส่แมส แต่ตอนกินสุกี้เค้าไม่ได้ใส่แมสนะ เค้าไม่ติด บ้านเอนี่ติดโชคดีที่พี่เลี้ยงของโยอีกสองคนไม่ติดเพราะอายุเยอะแล้วทั้งสองคน 50 แล้วอะไม่ติด แต่เอแล้วก็เด็กตัวน้อยอะ ลูกพี่เลี้ยงเอที่เลี้ยงเอวี่มาอะ ขวบ 8 เดือนติดนี่เอแบบ ตอนนั้นนี่คือแทบจะเอาเท้าก่ายหน้าผากเลยอะเพราะว่าเค้าเป็นต่างด้าวด้วยเราก็ยังไม่รู้ว่าต่างด้าวติดนี่จะต้องมารักษายังไง โดนค่ารักษาไปอื้อมาก เพราะว่าถ้าเราไปโรงพยาบาลที่รัฐจะจ่ายให้มันค่อนข้างยากตอนนั้น เราก็ต้องไปโรงพยาบาลที่เราต้องเสียเงินอีก 

เอ อัญชลี

       ดาราเดลี่ : ที่ผ่านโควิดมา ดราม่าร้องห่มร้องไห้  บางคนตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาลสนาม บางคนต้องไปขับไรเดอร์หาเงิน กระตุ้นให้กำลังใจเค้าหน่อยแล้ว
“เอ อัญชลี”: ตอนนี้ก็มีคนไข้เยอะมากแล้วก็รักษาตัวอยู่ที่บ้าน ที่โรงพยาบาลเองเอก็ขอให้กำลังใจนะคะว่าคือมาถึงจุดนี้แล้วเราต้องเข้มแข็งอะ เราต้องสู้แล้วก็ฮึดสู้กับมันให้ได้ อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเลยที่อยู่ในช่วงที่ลำบากเหมือนกันเอก็ลำบาก เอก็ยอมรับเลยแต่ถึงยังไงแล้วเรามีสองมือสองขาค่ะ เราต้องอดทนแล้วต้องต่อสู้เอมั่นใจว่าอีกไม่นานมันจะจบไปนะคะ แล้วก็ยังไงก็ใครที่ทำธุรกิจอะไรเอกับโยนะคะยินดีที่จะช่วยรีวิวอยู่นะ เอกับโยเนี่ยไม่ต้องส่งของมาก็ได้ให้ส่งรูปส่งอะไรมาเอกับโยก็ช่วยกันรีวิว อาจจะไม่ได้เป็นคนที่มีชื่อเสียงมากมายแต่ว่ากระบอกเสียงของเราก็อาจจะช่วยคุณได้บ้างเอยินดีมาก ส่วนคนที่อินบ๊อกมาขายของแล้วหนีหายอันนี้ก็ต้องขอร้องเลยว่าอย่าทำแบบนี้เพราะมันเสียความรู้สึกเราสั่งไปเพราะอยากกิน พออยากกินไม่ได้ของเราก็โทรตาม โทรตามเสร็จมันไม่ได้แล้วก็มันทำให้เอไม่อยากจะซื้อของคนอื่นเลย เพราะเราก็ไม่อยากจะเป็นเครื่องมือของการถูกหลอก ก็ไม่อยากให้เค้าไปทำแบบนี้กับคนอื่นด้วย ยังไงขอร้องคนที่จะทำอย่างเนี่ย เอแจ้งความนะ เพราะว่ามีชื่อโอนเงินอยู่อย่าทำนะคะ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments